บทที่ 11 ฉันก็ยังพอมีคุณธรรมอยู่บ้างนะ

กงเส้าถิงค่อย ๆ ได้สติกลับคืนมาจากความสับสนในใจของเขา

เมื่อคิดถึงแรงกระตุ้นที่ถาโถมเข้ามาเมื่อครู่ เขาจึงนิ่งเงียบ และเหลือบตาลงมองข้างล่าง

ทำไมถึงไม่ตอบสนองแล้วล่ะ ตอนแรกก็ยังดี ๆ อยู่เลยนี่

เขาถอนหายใจด้วยความจนปัญญา และดวงตาเรียว ๆ คู่นั้นของเขาก็เหลือบมองไปที่เธอก่อนแวบนึง ก่อนจะเดินกลับห้องของตนไปอาบน้ำ

เช้าวันรุ่งขึ้น

เยี่ยหลานซานป้อนข้าวเช้าแก่นายน้อยกงเสร็จ เธอก็สัญญาว่าเมื่อเสร็จธุระแล้วจะมาเยี่ยมใหม่ แล้วจึงขอตัวลา

แต่เยี่ยหลานซานนั้นมีสีหน้าที่เศร้าหมองเล็กน้อยในขณะที่เธอกำลังเดินจากไป เห็นได้ชัดว่าเธอมีบางอย่างอยู่ภายในใจเป็นแน่

กงเส้าถิงเห็นดังนั้นก็อดห่วงเธอไม่ได้ จึงสั่งให้โจวไท่ตามเธอไปในขณะที่เธอกำลังออกจากที่นี่ เพื่อคอยปกป้องคุ้มครองเธอโดยไม่ให้เธอรู้

เยี่ยหลานซานรู้สึกเบื่อหน่ายและไม่ค่อยจะเต็มใจ บวกกับรู้สึกหดหู่ใจอยู่เล็กน้อย ก่อนที่เธอจะโบกรถเพื่อไปสนามบินต่อ

ระหว่างทางเธอก็คิดในใจว่า ด้วยนิสัยของคน ๆ นั้น เธอก็เตรียมใจพร้อมที่จะโดนเขาหลอกมาอยู่แล้ว

หลังจากกลับบ้านไป เธอค่อยไประบายกับตุ๊กตาตัวแทนเขาที่เธอทำขึ้นมาก็ได้ เห้อ~

เมื่อถึงสนามบิน

เธอก็เห็นคนร่างเล็กในชุดสีดำที่เปี่ยมไปด้วยความสง่าและมีเสน่ห์ กำลังเดินตรงมาที่เธอ

ร่างกายของเธอก็เริ่มเกิดอาการสั่นอย่างรุนแรง

นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็น เขา!

เมื่อ2ปีก่อน เธอดันไปแทงเขาเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ และเขาก็เคยพูดไว้แล้วว่า “เจอกันครั้งหน้า ฉันเอาคืนเธอแน่”

ขาของเธอเริ่มสั่นไม่หยุด ถ้าเธอจะวิ่งตอนนี้ ยังทันไหมนะ?

สมองอันน้อยนิดของเธอนั้นเพิ่งจะผุดความคิดที่จะหนีหน้าคนคนนั้นไปหมาด ๆ

จู่ ๆ เขาก็เดินเข้ามา เขาเป็นคนที่มีรูปร่างหน้าตาที่ดูสง่า และมีเสน่ห์มาก ๆ

เขาเดินเข้ามาทักทายเยี่ยหลานซาน พร้อมกับโอบไหล่ของเธอเข้ามาประชิดตัวของเขา และหัวเราะคิกคักก่อนจะพูดว่า

“เสี่ยวชี ไม่เจอกันนานเลยนะ”

ถึงแม้ภายนอกของเขาคนนี้จะดูเหมือนสาวงาม แต่น้ำเสียงของเขานั้นดูเหมือนชายที่พยายามดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง

เยี่ยหลานซานตอบกลับไปว่า “ใช่ ไม่เจอกันนานเลย”

เขาไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อนเลยสักนิด แต่เยี่ยหลานซานก็มั่นใจว่าเขาคงไม่มีทางลืมเรื่องนั้นแน่
เขาคนนี้น่ะ เจ้าคิดเจ้าแค้นยิ่งกว่าใคร ๆ

เธอแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นและตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า “ พี่ชายสี่ ท่าทางของพี่นี่ ออกลายชัดมากขึ้นกว่าเดิมนะคะ”

ใช่แล้วล่ะ คนตรงหน้านี้ จริง ๆ แล้วเป็นชายที่มีจิตใจเป็นหญิง รูปร่างหน้าตาของเขานั้นดูอ่อนโยนน่าทะนุถนอม

แต่กลับชื่นชอบการเที่ยวไนต์คลับและออกล่าผู้ชายยามราตรีอีกด้วย

“เธอก็ดูดีขึ้นเยอะเลยนะ” อวิ๋นซีพูดด้วยน้ำเสียงเนิบๆ พร้อมกับแนบตัวแน่นกับเยี่ยหลานซาน อีกทั้งยังส่งรอยยิ้มที่เดาไม่ออกเลยว่าจะสื่ออะไร “ 1 ปี 8 เดือน กับอีก12วัน รวมเป็น 620 วัน

โอ้! เสี่ยวชี เธอยังจำได้มั้ยว่า ก่อนที่เธอจะมาแอฟริกาใต้น่ะ เธอทำอะไรไว้กับฉัน”

เห็นไหมล่ะ เขามาคิดบัญชีกับฉันจริง ๆ ด้วย

เยี่ยหลานซานยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน ถึงขั้นทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว

เธอพยายามที่จะทำตัวให้เหมือนว่าจริงใจและไร้เดียงสาให้มาก ๆ ไว้ ก่อนจะพูดออกไปว่า “เรื่องที่มันผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะนะ คนยุคใหม่อย่างเราเราเนี่ย ต้องมองไปข้างหน้า”

“แต่ช่วงนี้ต้นคอของฉันมันไม่ค่อยดีเลยน่ะสิ เอาแต่มองไปข้างหน้าก็เกรงว่าจะไม่ไหวเอา” อวิ๋นซีกล่าว

เยี่ยหลานซานได้ยินดังนั้นก็กลอกตามองบน ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหดหู่ว่า “งั้นฉันหาหมอที่เชี่ยวชาญเรื่องกระดูกให้พี่ดีไหมคะ”

อวิ๋นซีถอนหายใจอย่างแผ่ว ๆ เหมือนไม่เต็มใจ ก่อนจะพูดว่า “เธอไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอก ฉันจะอยู่แอฟริกาใต้จนถึงปีหน้า เธอแค่ดูแลฉันก็พอแล้วล่ะ” ในขณะที่พูดก็ส่งสายตาแสดงถึงความเหนือกว่าออกมา

เยี่ยหลานซานได้ยินเช่นนั้นถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่คิดในใจว่า “พูดออกมาได้ไง ว่าจะให้น้องสาวดูแล”

เมื่ออวิ๋นซีสามารถปราบน้องสาวของตัวเองได้อยู่หมัดแล้วนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นยิ้มร่ามีความสุขขึ้นมาทันที

แล้วเขาก็กวักมือเรียกคนข้างหลัง “เสี่ยวจิน..”

คนที่อยู่ข้างหลังของอวิ๋นซี คือเด็กสาวคนหนึ่งที่ดูจะเป็นคนว่านอนสอนง่ายมาก ๆ

เธอลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 5 ใบ เดินตามเสียงเรียกของอวิ๋นซีมา

เด็กสาวที่มีใบหน้าราวกับหน้าของตุ๊กตา บวกกับผมทรงบ๊อบของเธอนั้น ทำให้เธอดูน่ารักมาก ๆ มองแค่แวบแรกก็จะเห็น ใบหน้าที่มีดวงตากลมโตเปล่งประกาย โดยเฉพาะขนตาของเธอที่หนากว่าคนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด และเหมาะกับเด็กสาวคนนี้จริง ๆ

เยี่ยหลานซานกระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “อวิ๋นซี คุณชายอายุไม่น้อยอย่างพี่นี่ ให้สาวน้อยที่ยังเด็กขนาดนี้มาแบกกระเป๋าหลายใบได้ยังไง พี่ยังมีคุณธรรมเหลืออยู่บ้างมั้ยเนี่ย”

เธอมองด้วยความรู้สึกเวทนา

อวิ๋นซีเสยผมขึ้นด้วยท่าทางแพรวพราว ยกนิ้วชี้ขึ้น และแจกแจงว่า “ ข้อ 1 ปีนี้นางอายุ 18 ปี เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวพอดี”

จากนั้นก็ชูนิ้วเพิ่มขึ้นอีกเป็น 2 และพูดต่อ “ข้อ 2 คุณธรรมของฉันน่ะมันไม่สำคัญหรอก แค่เธอยังมีคุณธรรมอยู่ก็พอละ”

เยี่ยหลานซานเบิกตาโต สีหน้างุนงง “เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะเนี่ย”

“ในกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งมีของขวัญที่เขานำมามอบให้กับพี่ค่ะ” เด็กสาวพูด

เยี่ยหลานซานถามกลับไปอีกว่า “แล้วกระเป๋าอีก 4 ใบที่เหลือล่ะ?”

อวิ๋นซีพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ ฉันก็ยังพอมีคุณธรรมอยู่บ้างนะ ”

ทำให้เยี่ยหลานซานก็นึกถึงคำพูดของเธอก่อนหน้านี้ ――“อวิ๋นซี คุณชายอายุไม่น้อยอย่างพี่นี่ ให้สาวน้อยที่ยังเด็กขนาดนี้มาแบกกระเป๋าหลายใบได้ยังไง พี่ยังมีคุณธรรมเหลืออยู่บ้างมั้ยเนี่ย”

ตามด้วยคำพูดเมื่อครู่ของอวิ๋นซี——“ฉันก็ยังพอมีคุณธรรมอยู่บ้างนะ”

เธอคิดในใจว่า ตนนั้นน่าขายหน้าจริง ๆ เลย

เยี่ยหลานซานพูดไม่ออก ปกติแล้วเธอเป็นคนที่ไม่ค่อยยอมคน แต่กับพี่ชายสี่ของเธอแล้วนั้นเธอยอมให้เขาได้ และแน่นอนว่าพี่ชายสี่นั้นหน้าหนายิ่งกว่ากำแพงเสียอีก ไม่ยอมก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วล่ะ

เสี่ยวจินเดินมา และยิ้มให้หลานซานอย่างเป็นมิตร “พี่คะ หนูชื่อจินหลิงนะคะ”

เยี่ยหลานซานได้สติกลับมาจากอารมณ์หมิ่น ๆ พี่สี่ของเธอ และมองเสี่ยวจินด้วยความเอ็นดูก่อนจะแนะนำตัว “พี่ชื่อเยี่ยหลานซานนะ”

เมื่อเธอได้มองเสี่ยวจินใกล้ๆก็ยิ่งพบว่า ดวงตาของน้องจินนั้นสวยมาก นัยน์ตาสีดำทั้งสองข้างเหมือนเม็ดองุ่น เปล่งประกายวิ๊ง ๆ

อื้ม นี่แหละ คือดวงตาคู่ที่พี่ชายสี่ชอบนักหนา

*แต่เดี๋ยวนะ พี่ชายสี่ของเธอชอบงั้นเหรอ?


เยี่ยหลานซานขยับเข้าไปใกล้อวิ๋นซี หรี่ตาและถามด้วยน้ำเสียงต่ำ ๆ ว่า “น้อยนะ ที่จะผู้หญิงมาติดตามพี่ไปทุก ๆ ที่น่ะ นี่เสี่ยวจินคงจะไม่ใช่คนที่พี่ไปลักพาตัวมาเป็นสะไภ้ใช่มั้ย......”

“พี่เยี่ยคะ” เสี่ยวจินเรียกเบาๆ

เยี่ยหลานซานหันกลับมาที่เสี่ยวจิน เห็นเสี่ยวจินกำลังจะเปิดกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งขึ้น และยื่นห่อผ้าให้กับเธอ
แต่ก็เป็นเพียงแค่ห่อผ้าที่ตัวผ้านั้นทำมาจากขนสัตว์

อื้ม.. ห่อผ้านี่เพิ่งฝ่าลมหนาวมาเหรอ?

ในขณะที่เธอกำลังงุนงงกับของในมือ โทรศัพท์ของเธอมีเสียงแจ้งเตือนขึ้นมา

เป็นข้อความจากใครคนหนึ่ง——[ใจดวงน้อยจะมีเสียงเพลงดังขึ้น เมื่ออุณหภูมิของอากาศอยู่ที่36องศา (อีโมจิสีหน้าภูมิใจ)]

เยี่ยหลานซานงงกับข้อความนั้น

อะไรคือใจดวงน้อย?

ร้องเพลงอะไร?

หมอนั่นกำลังพูดถึงอะไรกันนะ?

ระหว่างที่กำลังงุนงง ห่อผ้าก็ถูกเปิดออก เผยให้เยี่ยหลานซานเห็นถึงก้อนน้ำแข็งก้อนใหญ่

เป็นก้อนน้ำแข็งที่ใสเหมือนแสงจันทร์ที่ยังไม่ลับขอบฟ้าและส่องแสงรำไรในยามเช้า ภายในน้ำแข็งบรรจุหัวใจดวงน้อยสีแดงสดใส หัวใจสีแดงที่อยู่ภายในน้ำแข็งนั้นไม่รู้ว่าทำมาจากวัสดุอะไร แต่ทว่ามันดูกระจ่างใสราวกับคริสตัล

และเมื่อมองดี ๆ ก็จะเห็นว่ามีการสลักตัวเลขลงบนหัวใจ

สลักไว้ว่า 520!

เยี่ยหลานซานนิ่งเงียบ

เพียงแค่คิดในใจว่า ตัวเลขพวกนี้ ดูคุ้นๆนะ

เธอเกือบจะทำก้อนน้ำแข็งนั้นหลุดมือไปแล้วในตอนแรก

“นี่คือของขวัญที่เขามอบให้ฉันเหรอเนี่ย?”

ในที่สุดเยี่ยหลานซานก็เข้าใจแล้วว่า เมื่อวานตอนที่ชายคนนั้นโทรมาหาเธอนั้น ทำไมเขาถึงคะยั้นคะยอให้เธอเอาผ้าขนสัตว์มาด้วย

“ของขวัญชิ้นนี้น่ะหรือที่เขามอบให้ฉัน?

แล้วในสมองฉันนี่คิดอยากจะได้ของชิ้นใหญ่แค่ไหนกันล่ะ เอ้อ” เยี่ยหลานซานคิดในใจ

อวิ๋นซีพยักหน้า เกี่ยวแขนเยี่ยหลานซานพาเดินออกจากสนามบิน พลางหัวเราะคิกคัก แล้วพูดว่า “ คิดว่าเจ้าหมอนั่นเพี้ยนไปแล้วใช่รึเปล่าล่ะ

อยากจะตะบี้ตะบันหัวใจดวงน้อย ๆ ในมือรึเปล่า ตามสบายนะ ฉันไม่ไปฟ้องเขาหรอก “

อวิ๋นซีหัวเราะ ก่อนจะพูดต่อว่า “นี่ ฉันจะบอกความลับอีกอย่างหนึ่งให้ฟัง ก่อนที่ฉันจะมาที่นี่ เขากำชับให้ฉันดูว่าเธอเปลี่ยนชื่อเขาในบันทึกรายชื่อรึยัง”

เยี่ยหลานซานหมดคำจะพูด พร้อมกับกำโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือแน่นขึ้น

และมีความรู้สึกว่า เจ้าหมอนั่นส่งพี่ชายสี่มา ต้องมีอะไรแอบแฝงแน่ ๆ

Unduh App untuk lanjut membaca

Daftar Isi

1