บทที่15 ห้ามพูดคำว่า

ประธานของเอ็มเพอเรอร์กรุ๊ปผู้ลึกลับ และเป็นทายาทของตระกูลแรกแห่งเมืองหลวง ซึ่งหมายความว่าเขาเป็นถึง เจ้าชายแห่งจักรวรรดิผู้มีอิทธิพล

เขามีนามว่า กงเส่าถิง

เขาดูแลทุกอย่างภายในวังหลวงตั้งแต่อายุ 22 ปี จนตอนนี้ได้กลายเป็น ประธานใหญ่ของ เอ็มเพอเรอร์กรุ๊ป เรียบร้อยแล้ว

และเขาติดอันดับบุคคลที่รวยที่สุดด้วยวัยเพียง 26 ปี และในปีนี้ ก็เข้าปีที่ 3 ของการครองอันดับนี้แล้วด้วย

แต่เขาในวัย 29 ปีในตอนนี้นั้น กลายเป็นคนที่มีอารมณ์ร้ายขึ้น เนื่องจากตัวเขาเองได้ผ่านอะไรร้ายแรงมามาก ทำให้ทุกวันนี้กลายเป็นคนที่เย็นชาเหมือนน้ำนิ่งที่เมื่อสิ่งใดก็ตามที่ตกลงไปในน้ำนั่น ก็จะจมดิ่งลงไปไม่มีวันหวนคืน

โจโจคิดไม่ถึงว่า เขาจะได้พบกับเจ้าชายในตำนานเป็นครั้งแรกในชีวิต เพราะด้วยเรื่องอื้อฉาวของโม้เข่อซิน

“อืม”

กงเส่าถิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เฉยเมย

ในขณะที่มองไปที่จอคอมพิวเตอร์สองเครื่องที่เปิดอยู่ตรงหน้าเขา

และหน้าจอ LCD 32นิ้ว 2เครื่อง ที่กำลังเปิดอยู่นั้น ไม่มีเนื้อหาของธุรกิจประจำตระกูลแต่อย่างใด แต่เป็นหน้าเว็บของข่าวบันเทิงทั้งสองจอ

จอหนึ่งเป็นข่าวฉาวของโม้เข่อซิน แต่อีกจอหนึ่งเป็นข่าวฉาวของเยี่ยหลานซาน

ข่าวนึงเป็นข่าวที่กำลังเดือดอยู่ในตอนนี้

ส่วนอีกข่าวนึงเหมือนถูกเก็บแช่แข็งไป จนไม่มีทางที่จะปะทุออกมาได้อีก

เขายิ้มมุมปากเล็กน้อยด้วยความพอใจ

โจโจเข้าไม่ถึงความคิดของกงเส่าถิง และเดาไม่ออกเลยสักนิดว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่ก็คำถามที่โจโจกำลังสงสัยอยู่ “ประธานกงครับ แสงดาวกรุ๊ปได้ทำอะไรผิดต่อท่านประธานกงรึเปล่าครับ”

“อืม”

กงเส่าถิงมองมาด้วยสายตาเฉยเมย

แม้จะเป็นแค่คำถามง่าย ๆ ธรรมดา ๆ แต่ตอนที่เขาตอบกลับมานั้น สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความแข็งกร้าวของเขา

โจโจที่อยู่ภายใต้กลิ่นอายที่แข็งกร้าวนี้ ก็พิจารณาคำตอบอยู่ในใจ และพูดต่อว่า “ในขณะเดียวกันดาราชายของแสงดาวกรุ๊ปอีกคนก็เพิ่งมีภาพหลุดออกมาจนผู้คนพากันตกใจ”

กงเส่าถิงก็ยังตอบกลับไปแค่คำว่า “อืม” และไม่ได้แสดงสีหน้าใดใด ก่อนจะหยิบเช็คเงินสดออกมาและยื่นให้กับโจโจ “นี่รางวัลของคุณ”

“ไม่เป็นไรเลยครับ ไม่เป็นไรเลย” โจโจไม่กล้ารับเช็คเงินสดนั้น และปฏิเสธอย่างสุภาพนอบน้อม ก่อนจะพูดว่า “ได้รับใช้ประธานกง ก็ถือว่าเป็นเกียรติกับผมอย่างยิ่งแล้วล่ะครับ”

“ฉันไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณใคร”

กงเส่าถิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เบาแต่ทรงพลัง

โจโจลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปหยิบเช็คเงินสดนั้นมา

และก่อนไปก็ไม่ลืมที่จะแสวงหาประโยชน์คราวหน้าด้วย “ประธานกงครับ ผมจะปิดปากให้สนิทเลย ถ้าหากว่ามีอะไรให้ผมรับใช้อีกก็บอกได้เลยนะครับ”

“อืม”

แล้วโทรศัพท์ของกงเส่าถิงก็มีเสียงแจ้งเตือนขึ้น ตื้ด——

เป็นข้อความจากโจวไท่ [ บอสครับ คุณเยี่ยออกไปทานข้าวกับเพื่อนของเธออีก2คน ท่าทางดูปกติดีครับ]

และข้อความถัดมาก็เป็นภาพประกอบ 1 ภาพ

โจวไท่กลัวจะถูกจับได้ว่าคอยตามดูเยี่ยหลานซานอยู่ จึงรักษาระยะห่างไว้ไม่ให้ใกล้จนเกินไป และถึงแม้ว่าภาพที่ถ่ายเยี่ยหลานซานมาได้นั้นจะมาจากมุมที่ไกลไปหน่อย แต่ความรู้สึกแรกที่มองภาพสามสาวนั้น ก็สัมผัสได้ถึงความเศร้าเล็กน้อย

เยี่ยหลานซานสวมเสื้อโอเวอร์ไซส์สีขาวตัวใหญ่จนปิดบั้นท้าย แต่ยังเผยให้เห็นขากางเกงขาสั้นสีดำที่เหลือไม่ถึง 2 เซนติเมตรโผล่ออกมา เธอสวมรองเท้าสีขาวเหยียบส้น แลดูเหมือนเด็กมัธยมต้นใสใสคนหนึ่งเลย

เขามองลงไป ก็เห็นขาขาว ๆ เรียวยาวทั้งสองข้างที่กระทบกับแสงอาทิตย์จนทำให้เขาต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย

มองแวบแรกก็รู้สึกว่าเธอดูดีมาก

พอมองอีกทีก็ต้องตาตกลงด้วยความไม่พอใจกับชุดที่เธอสวมใส่

ออกมาข้างนอกแต่ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นได้ไงเนี่ย แล้วนี่ก็เห็นขาอ่อนมากไปอีก

สีหน้าของเขาแสดงออกถึงกลิ่นอายความเป็นเจ้าของ หนุ่มน้อยอารมณ์ดีคนนั้นกลายเป็นหมาป่าหนุ่มที่แปดเปื้อนไปด้วยความปรารถนาในทุกสิ่งอย่าง

โจโจลุกลี้ลุกลน เมื่อเห็นกงเส่าถิงขมวดคิ้วระงับความซับซ้อนของอารมณ์ตัวเอง เขาไม่กล้าที่จะวอแวอะไรต่อ จึงพูดขึ้นว่า “ประธานกงครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวลาเลยนะครับ”

พูดจบก็ถือเช็คเงินสดเดินออกไป

หลังจากปิดประตูห้องของท่านประธาน เขาก็เหลือบตาลงดู

เมื่อเห็นตัวเลขบนเช็คเงินสดนั้น ก็กำเช็คไว้แน่นด้วยความตื่นเต้นตกใจ

ตายจริง!

30ล้านหยวน!

สมกับที่เป็นถึงเจ้าชายแห่งเมืองหลวง ท่านช่างมีน้ำใจจริง ๆ

โจโจตื่นเต้นจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ซ่อนเช็คไว้ในเสื้อก่อนจะออกจากเอ็มเพอเรอร์กรุ๊ปไป

ทันทีที่โจโจเดินออกไป ฉืออวี้เฟิงก็รีบเข้ามาหากงเส่าถิงอย่างรวดเร็ว “น้าเล็กครับ”

ไร้เสียงตอบกลับ...

กงเส่าถิงที่กำลังตกอยู่ในห้วงของความรู้สึกหวงเรียวขาของเยี่ยหลานซานอยู่นั้น

ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยฉืออวี้เฟิง ที่เข้ามาหาเพราะอยากรู้เรื่องราวต่าง ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้น “ทันทีที่ข่าวฉาวของน้าสะไภ้เป็นที่ฮือฮา จู่ ๆ ก็ถูกข่าวฉาวของโม้เข่อซินกับอู๋เทากลบจนเกือบมิด เรื่องใหญ่ขนาดนี้ เป็นฝีมือของน้าเล็กใช่มั้ยครับ? ดูเหมือนว่าเมื่อกี้ผมเห็นชายหัวโล้นตัวกลม ๆ เพิ่งออกจากห้องทำงานของน้าเล็กไป ชายคนนั้นหน้าคุ้นมากเลย เขาชื่อว่าอะไรแล้วนะ...?”

เขาลองนึกอย่างละเอียดอีกที ก็สามารถระบุตัวตนของคนคนนั้นขึ้นมาได้อย่างมั่นใจ “เอ๊ะ ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นปาปารัสซี่ใหญ่ในวงการบันเทิงนี่ครับ”

ภายใต้แสงอาทิตย์ส่อง เมื่อกงเส่าถิงได้ยินหลานชายพูดคำว่า น้าสะไภ้ คิ้วที่ขมวดในตอนแรกของเขาก็เริ่มคลายลง

เมื่อฉืออวี้เฟิงหันไปเห็นอีกที สีหน้าของกงเส่าถิงก็กลับมาเย็นชาไร้อารมณ์อีกเหมือนเคย

เขาขยับริมฝีปากล่างเล็กน้อย พูดขึ้นว่า “ชื่อนี้ฟังดูไม่เลว”

สายตาของเขาจ้องมองไปที่รูปของเยี่ยหลานซานอีกครั้ง แล้วดวงตาที่แสนจะเฉยเมยก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยน

ริมฝีปากของเขา กลั้นยิ้มอ่อน ๆ นั้นเอาไว้ไม่อยู่

นุ่มนวลอะไรขนาดนั้น...

เพียงชั่วพริบตาเดียวดวงอาทิตย์ที่สว่างสไวนอกหน้าต่างก็เริ่มจะคล้อยต่ำลง

ฉืออวี้เฟิงเห็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนของน้าชาย ก็เกิดอาการตัวสั่นเหมือนขนลุก

เอาแล้วเอาแล้วววว!

แค่ไม่กี่วัน น้าเล็กของฉันอาการหนักขึ้นขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!

ช่างตรงกับคำที่โบราณว่าไว้ ความรักมันทำให้คนถึงตายได้เลย!

ฉืออวี้เฟิงอยากจะบ่นให้ใครซักคนได้ฟังความคิดเห็นของเขาที่มีต่อสถานการณ์แปลกประหลาดนี้ แต่ดูเหมือนว่าน้าชายของเขาจะไม่อยากให้เขาบอกใคร......

อะ ๆ ๆ โอเค เขายอมปิดเรื่องนี้เอาไว้ถึงแม้ว่าอยากจะระบายออกมามากแค่ไหนก็ตาม

เขาเดินวนไปรอบ ๆ ท่าทางเหมือนลูกอ๊อดตัวน้อยที่ว่ายวนอยู่ในน้ำ และพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจเล็กน้อย “น้าเล็ก! น้าทำแบบนี้ อาจจะส่งผลเสียกับชีวิตทั้งชีวิตของน้าได้เลยนะครับ เพื่อเธอแล้วเนี่ย น้ากลับไม่ลังเลที่จะเสียเวลา เสียแรงเพื่อไปจัดการกับนักแสดงตัวเล็ก ๆ พวกนี้เลย ทั้งโม้เข่อซินกับอู๋เทาอะไรนั่น น้ารู้มั้ยครับ ว่าเวลาของน้าเล็กมีค่าแค่ไหน ทุก ๆ นาทีของน้า เทียบเท่ากับเงินล้านที่เข้าออกบริษัทเลยนะครับ”

ทันใดนั้นกงเส่าถิงก็ตอบกลับมาว่า “เป็นเธอผู้นั้น”

“หา?”

ฉืออวี้เฟิงงุนงงกับคำพูดนั้นของน้าชาย

กงเส่าถิงเหลือบมองหลานชายของเขาที่กำลังยืนทำหน้างง และน้อยนักที่กงเส่าถิงจะอธิบายอย่างใจเย็น “คนที่เปิดเผยข่าวฉาวของดาราชายคนนั้นน่ะ ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นเธอ(ซึ่งหมายถึงเยี่ยหลานซาน)”

กงเส่าถิงไม่รู้ว่าเขาควรจะมีความสุขดีไหม ที่เขาและเธอนั้นคิดและทำเหมือนกันโดยบังเอิญ

ถึงแม้ว่าเธอจะบอกกับเขาแล้วว่าไม่ได้ต้องการความช่วยเหลืออะไรจากเขา แต่จะให้เขาอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไรได้อย่างไร เขาทนเห็นพวกนักเลงคีย์บอร์ดพวกนั้นรังแกเธอไม่ได้จริง ๆ

เสือดาวตัวน้อยของเขา เขาก็ต้องอยากปกป้องเป็นธรรมดา

เธออยากที่จะเป็นนักแสดง จะให้เขาทนเห็นเธอเป็นเพียงแค่สตั๊นแมนที่ไม่มีตัวตนในสายตาคนอื่น ใจเขามันทนไม่ได้จริง ๆ

แล้วดวงตาของเขาก็ฉายประกายขึ้นมา พร้อมกับกำชับฉืออวี้เฟิงว่า “ ในสามวันนี้ หลานรับหน้าที่เข้าไปควบคุมดูแล จงอี้กรุ๊ปเลยนะ”

ฉืออวี้เฟิงชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่าง งง ๆ แล้วก็คิดอะไรบางอย่างออก และพูดขึ้นว่า “น้าเล็ก นี่น้าวางแผนจะเซ็นสัญญากับน้าสะไภ้แล้วเหรอครับ”

กงเส่าถิงแก้คำพูดของหลานชาย “เป็นหลานต่างหากล่ะ ที่จะเซ็นสัญญากับเธอ”

ฉืออวี้เฟิงพูดไม่ออก

เขาเป็นตัวช่วยที่จะทำให้น้าชายของเขานั้นได้ติดตามความคืบหน้าของเยี่ยหลานซานได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ฉืออวี้เฟิงรับงานที่ยากลำบากนี้มาอย่างรวดเร็วโดยไม่ขัดข้อง “น้าเล็กไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เพื่อเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตของน้าเล็ก ผมจะเป็นตัวช่วยที่แข็งแกร่งที่สุดให้น้าเล็กเอง”

ฉืออวี้เฟิงคิดถึงงานแต่งงานในอนาคตของน้าชาย เขาต้องได้อั่งเปาเท่าไหร่นะ ถึงจะคุ้มค่ากับการทำงานหนักครั้งนี้ เริ่มมีแววว่าจะได้อั่งเปาเยอะแล้วล่ะ

Unduh App untuk lanjut membaca

Daftar Isi

1