บทที่12 มงกุฎน้อยน่ารักของผม ขอมอบให้คุณสวมใส่ไว้
by ซื่อหลี่เหลียงเฉิน
18:48,Apr 10,2021
เยี่ยหลานซานรีบกดปุ่มอัดเสียงโดยเร็ว
อวิ๋นซีที่ยังอยู่ข้าง ๆ ตัวเธอนั้นก็เริ่มพูดพล่าม “ เสี่ยวชี ฉันจะบอกอะไรให้นะ เมื่อกี้ฉันเห็นแล้วนะ ว่าเธอบันทึกชื่อเขาไว้ว่ายังไง
อ้อ ใช่ ๆ คนเพี้ยน เหอะ ๆ ๆ อื้ม..ก็เหมาะกับเขาดีนะ
เธอเนี่ยยังไม่รู้อะไร ตลอด 2 ปีที่เธอไม่อยู่ เขากลายเป็นคนโรคจิตไปแล้ว...”
เยี่ยหลานซานอดไม่ได้ที่จะแทรกขึ้นมา “พี่ชายสี่ นี่ฉันเห็นว่าเราเป็นพี่น้องท้องเดียวกันนะ ฉันอยากจะขอเตือนอะไรพี่หน่อย
ถ้าตอนนี้พี่จะหุบปากบ้าง ก็ยังทันนะพี่”
“ทำไมล่ะ” อวิ๋นซีถามกลับด้วยความที่รู้ว่า ถึงอย่างไรเสีย เขาก็ไม่สามารถหาคู่กัดอย่างเยี่ยหลานซานได้อีกแล้ว
“เพราะคำพูดที่พี่พูดมาทั้งหมด ฉันอัดเสียงพี่ไว้หมดแล้วล่ะ” เยี่ยหลานซานตอบกลับ ทำเอาอวิ๋นซีพูดไม่ออก
เขาได้แต่คิดว่า “นี่เยี่ยหลานซานอัดเสียงฉันไปแล้วเหรอเนี่ย บ้าเอ๊ย! เธออัดเสียงของฉันไปแล้ว!!”
ขณะที่เขากำลังอึ้งอยู่นั้น เขาแทบจะควบคุมสีหน้าของตัวเองไม่ได้เลย
ในที่สุดความโกรธที่ร้อนระอุอยู่ในใจก็ประทุขึ้น “โอ้ย อกอีแป้นจะแตก น้องสาวสุดที่รักของฉันทำร้ายฉันได้ลงคออีกแล้ว
ไหนพูดมาสิ ฉันยังเป็นพี่ชายสี่สุดที่รักของเธออยู่มั้ย!”
“ก็ถ้าพี่กลับคำที่ว่าจะให้ฉันดูแลพี่ พี่ก็ยังเป็นพี่ชายสี่สุดที่รักของฉันเหมือนเดิม”เยี่ยหลานซานตอบกลับพี่ชาย
คำออดอ้อนของอวิ๋นซีนั้นไร้ประโยชน์ ปลุกพลังความเป็นชายในตัวเขาขึ้นมา จากปีศาจสาวก็กลายเป็นจอมมารในทันที
เขารวบเอวเยี่ยหลานซานเข้ามาใกล้ ๆ และทำท่าทางดุดัน “นี่เจ้าข้องใจกับทักษะการเอาตัวรอดของข้างั้นรึ!”
“ใช่” เยี่ยหลานซานตอบกลับด้วยน้ำเสียงทะนงตน ก่อนที่จะคลายมือพี่ชายออกจากเอว และโยนก้อนน้ำแข็งนั้นลงกับพื้นจนน้ำแข็งแตก
อวิ๋นซีกับเสี่ยวจินต่างพากันตะลึงและชื่นชมกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเมื่อเยี่ยหลานซานได้ทำให้น้ำแข็งที่หุ้มอยู่ภายนอกนั้นแตกออกได้ เธอก็รีบหยิบหัวใจดวงน้อยสีแดงที่เพิ่งถูกแช่แข็งขึ้นมาไว้ในมือ พร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปหัวใจดวงน้อย และกดส่งรูปให้กับ “คนเพี้ยน”
ตื้ด—— (เสียงข้อความเข้า)
คนเพี้ยนได้ตอบกลับแล้ว: [คราวหลังอย่าขว้างปาสิ่งของไม่เป็นที่แบบนี้อีกนะ ระวังดอกไม้ใบหญ้าข้างทางด้วย]
เยี่ยหลานซานเห็นข้อความดังนั้นก็อยากจะบีบโทรศัพท์ให้แตกคามือ
เจ้าหมอนี่ยังโรคจิตกว่านี้ได้อีกมั้ยเนี่ย..
ในสายตาของชายคนนั้น เธอเปรียบเสมือนสมการหนึ่ง ที่เด็กเนิร์ดอย่างเขาสามารถแก้ได้อย่างง่ายดาย
ทันใดนั้น ของที่อยู่ในมือก็สั่นขึ้นมา ครืน~ครืน
เยี่ยหลานซานก้มลงดูของที่อยู่ในมือ
หัวใจดวงน้อยที่อยู่ในมือของเธอนั้น เมื่อถูกความร้อนในมือของเธอเข้า มันก็เริ่มสั่น
และหลังจะที่มันหยุดสั่นลง ก็เริ่มมีเสียงเพลงดังออกมา
“โอ้ว มงกุฎน้อยน่ารักของผม ขอมอบให้คุณสวมใส่ไว้ และต่อให้คุณจะอารมณ์ร้ายยังไงผมก็ยังรักเพียงแต่คุณ”
เสียงเพลงนั้นดังจนทำให้คนในสนามบินหันมามอง
หัวใจสีแดงในมือก็ยังคงมีเสียงเพลงดังออกมาอยู่เรื่อย ๆ “ โอ้ว คนน่ารักของผม”
เยี่ยหลานซานอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเสียตอนนี้
“คนน่ารักกับผีน่ะสิ”
เยี่ยหลานซานด่าไปทีนึง ก่อนจะรีบเดินออกจากสนามบินไปโดยไม่หันกลับมาสบตาผู้คน
หมอนี่ยังน่าเบื่อกว่านี้ได้อีกมั้ยนะ!
ในระหว่างทาง อวิ๋นซีเอามือทาบที่อกตัวเองพลางถอนหายใจออกมาและพูดว่า “เสี่ยวชี เธอเปลี่ยนไปอะ เดี๋ยวนี้เธอกลายเป็นคนหยาบกระด้างไปแล้วนะ”
เยี่ยหลานซานไม่ได้สนใจ ปล่อยให้พี่ชายครวญครางกับความรู้สึกของเขาเอง เธอเลื่อนอ่านแชทกลุ่มกองถ่ายละครของเธอ เพื่อเช็คตารางงาน
เนื่องจากว่า เกาซินซินได้ขอลาหยุด และตัวเธอเองก็จะไม่มีคิวถ่ายละคร
เฉินปาผีจึงทิ้งข้อความไว้ให้เธอว่า “รอลงเวลาที่แน่นอนอีกครั้ง!”
เยี่ยหลานซานรู้จักเกาซินซินดี เพราะเธอเคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว เธอจึงเก็บโทรศัพท์แล้วพาอวิ๋นซีกับเสี่ยวจินไปยังคอนโดที่เธอพักอยู่ชั่วคราว ณ ตอนนี้
คอนโดของเยี่ยหลานซานเป็นห้องที่มีพื้นที่ทั้งหมด 120 ตารางเมตร โดยมี 2 ห้องนอนกับอีก 1 ห้องนั่งเล่น นั่นทำให้การเข้าอยู่ด้วยกัน 3 คนนั้นยังคงเป็นปัญหาอยู่ว่าจะจัดสรรอย่างไร
“ฉันเป็นผู้ชาย เพราะฉะนั้นห้องนอนเป็นของฉัน1ห้อง ส่วนพวกเธอสองคนก็นอนด้วยกันเลย”อวิ๋นซีพูดขึ้น
เยี่ยหลานซานได้ยินอย่างนั้นถึงกับอยากจะถีบพี่ชายสักที “นี่พี่เพิ่งรู้ตัวเหรอ ว่าตัวเองเป็นผู้ชาย แต่งตัวอย่างกับผู้หญิง แถมยังสวยหยาดเยิ้มขนาดนี้”
เพื่อตัดปัญหานี้ เยี่ยหลานซานก็ได้ให้น้องจินอยู่ห้องนอนอีกห้องหนึ่ง ก่อนจะพูดกับอวิ๋นซีว่า “ยังไงซะ พี่ก็เป็นผู้ชาย แค่ปูผ้านอนกลางห้องนั่งเล่นก็คงไม่เป็นอะไรอยู่แล้วแหละเนอะ”
อวิ๋นซีคัดค้านกับสวัสดิการแย่ๆที่ตนได้รับนี้ทันที “นี่มันไม่เหมาะสมหญิงงามแห่งยุคอย่างฉันเลยนะยะ”
“คอนโดของฉัน ฉันก็ต้องเป็นใหญ่สิพี่ ถ้าพี่ไม่เต็มใจจะอยู่พี่ก็ออกไปอยู่ที่อื่นได้นะ” เยี่ยหลานซานตอบกลับ ทำให้อวิ๋นซีเถียงไม่ออก
เยี่ยหลานซานยืดเส้นสาย นั่งเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์เพื่อเลือกดูร้านอาหารโปรดของตนอย่างภาคภูมิในความเป็นเจ้าบ้าน ที่ทำให้เธอสามารถข่มพี่ชายสี่ได้สำเร็จ พี่ชายสี่ของเธอนั้นมีความร้ายลึกยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก
ในขณะที่เธอกำลังคิดว่าวันนี้จะเลี้ยงต้อนรับอวิ๋นซีกับเสี่ยวจินที่ไหนดี
จู่ๆก็มีการแจ้งเตือนพาดหัวข่าวใหม่ขึ้นมาที่หน้าจอโทรศัพท์
ตื้ด――
เยี่ยหลานซานจึงเปิดดู แล้วสีหน้าของเธอก็ตื่นขึ้นด้วยความตกใจ
เธอคือบุคคลที่ถูกพาดหัวข่าว!
หัวข้อ: สตั๊นแมนนอกกระแสนามเยี่ยหลานซาน สวมบทแทนนางเอกดอกไม้งามเบอร์หนึ่ง เกาซินซิน
ภาพประกอบ: เป็นภาพที่เธอแต่งหน้าและสวมชุดของมู่หรงฉิง กำลังเข้าฉากกับเฉียวเฟยฝาน
แววตาของเยี่ยหลานซานมืดครึ้มเหมือนกำลังครุ่นคิด
เรื่องนี้มันดูเหมือนมีอะไรไม่ชอบมาพากลจริงๆ
เพราะถึงแม้ว่าเธอจะสวมบทแทนเกาซินซินในฉากนั้น แต่คนดูก็ควรจะคำนึงถึงแค่ซีนอารมณ์ของเกาซินซินหนิ
เพียงแต่ ไม่มีใครคำนึงถึงส่วนนั้นเลย...
เธอเลื่อนอ่านความคิดเห็นที่ชาวเน็ตเข้ามาเขียนไว้ ด้านล่าง
อืม..อย่างกับมหกรรมฉีกหน้าระดับชาติแหนะ ผู้คนมากมายต่างพากันวิจารณ์แขวะเธอกันยกใหญ่
อวิ๋นซีเดินเข้ามาดูด้วยความสงสัย
เมื่อเห็นพาดหัวข่าวดังกล่าว ก็เสียผมขึ้นและพูดอย่างหยอกล้อว่า “ไงล่ะ เสี่ยวชีผู้โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมา 12 ปี โดนพาดหัวข่าวครั้งแรกก็ดังระเบิดซะขนาดนี้ รู้สึกมั้ยว่าทุก ๆ ที่ก็มีแต่เรื่องเซอร์ไพรส์?”
อวิ๋นซีเลื่อนดูความเห็นต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กับอ่านออกมาให้เธอฟัง
“เยี่ยหลานซานต้องนอนกับผู้กำกับเรื่อง จิ้งจอกสาว แน่ ๆ เลย แล้วเธอก็คงจะไม่รู้สถานะของตัวเองเลยสินะ ถึงกล้ามาสวมบทแทนนางฟ้าของพวกเรา”
“เยี่ยหลานซานนี่หน้าไม่อายจริง ๆ”
“เยี่ยหลานซานต้องออกจากกองละคร จิ้งจอกสาว ไปซะ”
“กองละคร จิ้งจอกสาวเนี่ย หลอกลวงคนดูชัด ๆ รีบออกมาชี้แจ้งข้อเท็จจริงเลยนะ”
นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ชาวเน็ตรวมตัวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยที่ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่โต้แย้งและเข้าข้างเยี่ยหลานซาน
เยี่ยหลานซานไม่มีเรี่ยวแรงที่จะตอบโต้บุคคลที่อยู่หลังคีย์บอร์ดเหล่านั้น
สีหน้าที่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้รู้สึกอะไร แต่โทรศัพท์ที่อยู่ในมือของเธอนั้นถูกกำจนแน่น
อวิ๋นซีถอนหายใจและพูดกับน้องว่า “เสี่ยวชีที่น่าสงสารของฉัน ไม่มีชาวเน็ตคนไหนที่จะออกโรงแทนเลยซักคน พวกเขานี่ช่างโหดร้ายกับเธอเสียจริง ๆ ให้ฉันเลี้ยงเบียร์เย็น ๆ ซักหน่อยมั้ย เผื่อจะทำให้เธออารมณ์ดีขึ้น”
ถึงแม้อวิ๋นซีจะพูดเช่นนั้น แต่เขาก็รีบล็อกอินเข้าไป ทิ้งข้อความไว้
ฉันคือคนสวย สวยสยบเมือง(ชื่อผู้ใช้ของอวิ๋นซี) :[พวกโง่ตาถั่ว เห็น ๆ อยู่ว่าเกาซินซินแสดงไม่ได้เรื่อง]
แต่ทว่า เขาเพิ่งกดแสดงความเห็นไปหยก ๆ ก็มีชาวเน็ตตาไวคนหนึ่งเข้ามาโจมตีทันที
ลูกข่างจิ๋วส้ายเป่ย:[ไสหัวไป นางฟ้าของพวกเราเป็นถึง1ในดอกไม้งามทั้ง4 และเป็นแฟนของจักรพรรดิเฉียวเฟยฝาน
ฝีมือการแสดงน่ะ จะให้ไปเทียบกับสตั๊นแมนไม่ได้หรอก]
รหัสโอตาคุของฉันคือ001:[ถ้าประเมินด้วยสายตาที่เฉียบคมของฉันแล้วนั้น ชื่อผู้ใช้ที่ชื่อว่า *ฉันคือคนสวย สวยสยบเมือง จะต้องเป็นเยี่ยหลานซานคนนั้นแน่ ถ้าหากว่าไม่ใช่อะนะ จะยอมไลฟ์สดกินขี้เลย50ชั่ง]
น้องชายของผมยาว18cm:[จากความเห็นบน ผมขอบวกเพิ่มอีก10ชั่ง]
อวิ๋นซีถูกชาวเน็ตนับหมื่นรุมถล่ม ศึกครั้งนี้ช่างน่าเวทนายิ่งนัก
“บ้าเอ๊ย ถ้าแน่จริงก็ออกมาสู้กันซักตั้งสิวะ”
นี่ไม่ใช่พื้นที่ที่อวิ๋นซีถนัดจะต่อกลอนด้วย เขาจึงกวักมือเรียกเสี่ยวจินให้มาช่วยจัดการปัญหานี้
“เสี่ยวจิน นายน้อยอยากจะกินเนื้อคนหน่อย ช่วยส่งขี้หมู 50 ชั่งไปให้เขาที ขุนให้เขาอ้วนๆเลย”
เสี่ยวจินฟังอวิ๋นซีพล่ามจนจบ ก็หันไปพูดกับเยี่ยหลานซานว่า “พี่เยี่ยคะ หนูแบนเว็บพวกนั้นเรียบร้อยแล้วนะคะ
พวกเขามาด่าพี่ไม่ได้อีกแล้วล่ะค่ะ”
ที่แท้เสี่ยวจินก็เป็นแฮ็กเกอร์ตัวน้อยนี่เอง
เยี่ยหลานซานพยักหน้าก่อนจะพูดว่า “ถึงเธอจะแบนเว็บพวกนั้นไปแล้ว แต่เดี๋ยวก็มีขึ้นใหม่มาอีก ยิ่งแบนเว็บพวกนั้นมากเท่าไหร่มันก็มีแต่จะทำให้ผู้คนคิดว่าพี่ตั้งใจจะทำผิดจริง ๆ ค่อยๆหาทางกลบข่าวนี้ไปจะดีกว่านะ แบนเว็บมันควรจะเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่เราจะทำ”
เห็นได้ชัดเลยว่า ชาวเน็ตส่วนใหญ่ โดนชักนำให้เข้าใจผิดโดยแฟนคลับที่จิ้นคู่พระนาง เพราะฉะนั้นถึงได้เอาแต่โจมตีเยี่ยหลานซาน
สืบเนื่องมาจากการเข้าไปออกโรงปกป้องเยี่ยหลานซานเพียงเล็กน้อยของอวิ๋นซี ก็ทำให้ชาวเน็ตนั้นยิ่งเป็นเดือดเป็นแค้นขึ้นมากกว่าเดิม
ถ้าหากว่าจะแบนเว็บสู้ต่อ คงจะแย่ต่อตัวเธอเป็นแน่
“งั้นเธอมีแผนจะทำไงต่อล่ะ”
อวิ๋นซีกับเสี่ยวจินรอให้เยี่ยหลานซานออกคำสั่งอย่างใจจดใจจ่อ
อวิ๋นซีที่ยังอยู่ข้าง ๆ ตัวเธอนั้นก็เริ่มพูดพล่าม “ เสี่ยวชี ฉันจะบอกอะไรให้นะ เมื่อกี้ฉันเห็นแล้วนะ ว่าเธอบันทึกชื่อเขาไว้ว่ายังไง
อ้อ ใช่ ๆ คนเพี้ยน เหอะ ๆ ๆ อื้ม..ก็เหมาะกับเขาดีนะ
เธอเนี่ยยังไม่รู้อะไร ตลอด 2 ปีที่เธอไม่อยู่ เขากลายเป็นคนโรคจิตไปแล้ว...”
เยี่ยหลานซานอดไม่ได้ที่จะแทรกขึ้นมา “พี่ชายสี่ นี่ฉันเห็นว่าเราเป็นพี่น้องท้องเดียวกันนะ ฉันอยากจะขอเตือนอะไรพี่หน่อย
ถ้าตอนนี้พี่จะหุบปากบ้าง ก็ยังทันนะพี่”
“ทำไมล่ะ” อวิ๋นซีถามกลับด้วยความที่รู้ว่า ถึงอย่างไรเสีย เขาก็ไม่สามารถหาคู่กัดอย่างเยี่ยหลานซานได้อีกแล้ว
“เพราะคำพูดที่พี่พูดมาทั้งหมด ฉันอัดเสียงพี่ไว้หมดแล้วล่ะ” เยี่ยหลานซานตอบกลับ ทำเอาอวิ๋นซีพูดไม่ออก
เขาได้แต่คิดว่า “นี่เยี่ยหลานซานอัดเสียงฉันไปแล้วเหรอเนี่ย บ้าเอ๊ย! เธออัดเสียงของฉันไปแล้ว!!”
ขณะที่เขากำลังอึ้งอยู่นั้น เขาแทบจะควบคุมสีหน้าของตัวเองไม่ได้เลย
ในที่สุดความโกรธที่ร้อนระอุอยู่ในใจก็ประทุขึ้น “โอ้ย อกอีแป้นจะแตก น้องสาวสุดที่รักของฉันทำร้ายฉันได้ลงคออีกแล้ว
ไหนพูดมาสิ ฉันยังเป็นพี่ชายสี่สุดที่รักของเธออยู่มั้ย!”
“ก็ถ้าพี่กลับคำที่ว่าจะให้ฉันดูแลพี่ พี่ก็ยังเป็นพี่ชายสี่สุดที่รักของฉันเหมือนเดิม”เยี่ยหลานซานตอบกลับพี่ชาย
คำออดอ้อนของอวิ๋นซีนั้นไร้ประโยชน์ ปลุกพลังความเป็นชายในตัวเขาขึ้นมา จากปีศาจสาวก็กลายเป็นจอมมารในทันที
เขารวบเอวเยี่ยหลานซานเข้ามาใกล้ ๆ และทำท่าทางดุดัน “นี่เจ้าข้องใจกับทักษะการเอาตัวรอดของข้างั้นรึ!”
“ใช่” เยี่ยหลานซานตอบกลับด้วยน้ำเสียงทะนงตน ก่อนที่จะคลายมือพี่ชายออกจากเอว และโยนก้อนน้ำแข็งนั้นลงกับพื้นจนน้ำแข็งแตก
อวิ๋นซีกับเสี่ยวจินต่างพากันตะลึงและชื่นชมกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเมื่อเยี่ยหลานซานได้ทำให้น้ำแข็งที่หุ้มอยู่ภายนอกนั้นแตกออกได้ เธอก็รีบหยิบหัวใจดวงน้อยสีแดงที่เพิ่งถูกแช่แข็งขึ้นมาไว้ในมือ พร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปหัวใจดวงน้อย และกดส่งรูปให้กับ “คนเพี้ยน”
ตื้ด—— (เสียงข้อความเข้า)
คนเพี้ยนได้ตอบกลับแล้ว: [คราวหลังอย่าขว้างปาสิ่งของไม่เป็นที่แบบนี้อีกนะ ระวังดอกไม้ใบหญ้าข้างทางด้วย]
เยี่ยหลานซานเห็นข้อความดังนั้นก็อยากจะบีบโทรศัพท์ให้แตกคามือ
เจ้าหมอนี่ยังโรคจิตกว่านี้ได้อีกมั้ยเนี่ย..
ในสายตาของชายคนนั้น เธอเปรียบเสมือนสมการหนึ่ง ที่เด็กเนิร์ดอย่างเขาสามารถแก้ได้อย่างง่ายดาย
ทันใดนั้น ของที่อยู่ในมือก็สั่นขึ้นมา ครืน~ครืน
เยี่ยหลานซานก้มลงดูของที่อยู่ในมือ
หัวใจดวงน้อยที่อยู่ในมือของเธอนั้น เมื่อถูกความร้อนในมือของเธอเข้า มันก็เริ่มสั่น
และหลังจะที่มันหยุดสั่นลง ก็เริ่มมีเสียงเพลงดังออกมา
“โอ้ว มงกุฎน้อยน่ารักของผม ขอมอบให้คุณสวมใส่ไว้ และต่อให้คุณจะอารมณ์ร้ายยังไงผมก็ยังรักเพียงแต่คุณ”
เสียงเพลงนั้นดังจนทำให้คนในสนามบินหันมามอง
หัวใจสีแดงในมือก็ยังคงมีเสียงเพลงดังออกมาอยู่เรื่อย ๆ “ โอ้ว คนน่ารักของผม”
เยี่ยหลานซานอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเสียตอนนี้
“คนน่ารักกับผีน่ะสิ”
เยี่ยหลานซานด่าไปทีนึง ก่อนจะรีบเดินออกจากสนามบินไปโดยไม่หันกลับมาสบตาผู้คน
หมอนี่ยังน่าเบื่อกว่านี้ได้อีกมั้ยนะ!
ในระหว่างทาง อวิ๋นซีเอามือทาบที่อกตัวเองพลางถอนหายใจออกมาและพูดว่า “เสี่ยวชี เธอเปลี่ยนไปอะ เดี๋ยวนี้เธอกลายเป็นคนหยาบกระด้างไปแล้วนะ”
เยี่ยหลานซานไม่ได้สนใจ ปล่อยให้พี่ชายครวญครางกับความรู้สึกของเขาเอง เธอเลื่อนอ่านแชทกลุ่มกองถ่ายละครของเธอ เพื่อเช็คตารางงาน
เนื่องจากว่า เกาซินซินได้ขอลาหยุด และตัวเธอเองก็จะไม่มีคิวถ่ายละคร
เฉินปาผีจึงทิ้งข้อความไว้ให้เธอว่า “รอลงเวลาที่แน่นอนอีกครั้ง!”
เยี่ยหลานซานรู้จักเกาซินซินดี เพราะเธอเคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว เธอจึงเก็บโทรศัพท์แล้วพาอวิ๋นซีกับเสี่ยวจินไปยังคอนโดที่เธอพักอยู่ชั่วคราว ณ ตอนนี้
คอนโดของเยี่ยหลานซานเป็นห้องที่มีพื้นที่ทั้งหมด 120 ตารางเมตร โดยมี 2 ห้องนอนกับอีก 1 ห้องนั่งเล่น นั่นทำให้การเข้าอยู่ด้วยกัน 3 คนนั้นยังคงเป็นปัญหาอยู่ว่าจะจัดสรรอย่างไร
“ฉันเป็นผู้ชาย เพราะฉะนั้นห้องนอนเป็นของฉัน1ห้อง ส่วนพวกเธอสองคนก็นอนด้วยกันเลย”อวิ๋นซีพูดขึ้น
เยี่ยหลานซานได้ยินอย่างนั้นถึงกับอยากจะถีบพี่ชายสักที “นี่พี่เพิ่งรู้ตัวเหรอ ว่าตัวเองเป็นผู้ชาย แต่งตัวอย่างกับผู้หญิง แถมยังสวยหยาดเยิ้มขนาดนี้”
เพื่อตัดปัญหานี้ เยี่ยหลานซานก็ได้ให้น้องจินอยู่ห้องนอนอีกห้องหนึ่ง ก่อนจะพูดกับอวิ๋นซีว่า “ยังไงซะ พี่ก็เป็นผู้ชาย แค่ปูผ้านอนกลางห้องนั่งเล่นก็คงไม่เป็นอะไรอยู่แล้วแหละเนอะ”
อวิ๋นซีคัดค้านกับสวัสดิการแย่ๆที่ตนได้รับนี้ทันที “นี่มันไม่เหมาะสมหญิงงามแห่งยุคอย่างฉันเลยนะยะ”
“คอนโดของฉัน ฉันก็ต้องเป็นใหญ่สิพี่ ถ้าพี่ไม่เต็มใจจะอยู่พี่ก็ออกไปอยู่ที่อื่นได้นะ” เยี่ยหลานซานตอบกลับ ทำให้อวิ๋นซีเถียงไม่ออก
เยี่ยหลานซานยืดเส้นสาย นั่งเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์เพื่อเลือกดูร้านอาหารโปรดของตนอย่างภาคภูมิในความเป็นเจ้าบ้าน ที่ทำให้เธอสามารถข่มพี่ชายสี่ได้สำเร็จ พี่ชายสี่ของเธอนั้นมีความร้ายลึกยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก
ในขณะที่เธอกำลังคิดว่าวันนี้จะเลี้ยงต้อนรับอวิ๋นซีกับเสี่ยวจินที่ไหนดี
จู่ๆก็มีการแจ้งเตือนพาดหัวข่าวใหม่ขึ้นมาที่หน้าจอโทรศัพท์
ตื้ด――
เยี่ยหลานซานจึงเปิดดู แล้วสีหน้าของเธอก็ตื่นขึ้นด้วยความตกใจ
เธอคือบุคคลที่ถูกพาดหัวข่าว!
หัวข้อ: สตั๊นแมนนอกกระแสนามเยี่ยหลานซาน สวมบทแทนนางเอกดอกไม้งามเบอร์หนึ่ง เกาซินซิน
ภาพประกอบ: เป็นภาพที่เธอแต่งหน้าและสวมชุดของมู่หรงฉิง กำลังเข้าฉากกับเฉียวเฟยฝาน
แววตาของเยี่ยหลานซานมืดครึ้มเหมือนกำลังครุ่นคิด
เรื่องนี้มันดูเหมือนมีอะไรไม่ชอบมาพากลจริงๆ
เพราะถึงแม้ว่าเธอจะสวมบทแทนเกาซินซินในฉากนั้น แต่คนดูก็ควรจะคำนึงถึงแค่ซีนอารมณ์ของเกาซินซินหนิ
เพียงแต่ ไม่มีใครคำนึงถึงส่วนนั้นเลย...
เธอเลื่อนอ่านความคิดเห็นที่ชาวเน็ตเข้ามาเขียนไว้ ด้านล่าง
อืม..อย่างกับมหกรรมฉีกหน้าระดับชาติแหนะ ผู้คนมากมายต่างพากันวิจารณ์แขวะเธอกันยกใหญ่
อวิ๋นซีเดินเข้ามาดูด้วยความสงสัย
เมื่อเห็นพาดหัวข่าวดังกล่าว ก็เสียผมขึ้นและพูดอย่างหยอกล้อว่า “ไงล่ะ เสี่ยวชีผู้โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมา 12 ปี โดนพาดหัวข่าวครั้งแรกก็ดังระเบิดซะขนาดนี้ รู้สึกมั้ยว่าทุก ๆ ที่ก็มีแต่เรื่องเซอร์ไพรส์?”
อวิ๋นซีเลื่อนดูความเห็นต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กับอ่านออกมาให้เธอฟัง
“เยี่ยหลานซานต้องนอนกับผู้กำกับเรื่อง จิ้งจอกสาว แน่ ๆ เลย แล้วเธอก็คงจะไม่รู้สถานะของตัวเองเลยสินะ ถึงกล้ามาสวมบทแทนนางฟ้าของพวกเรา”
“เยี่ยหลานซานนี่หน้าไม่อายจริง ๆ”
“เยี่ยหลานซานต้องออกจากกองละคร จิ้งจอกสาว ไปซะ”
“กองละคร จิ้งจอกสาวเนี่ย หลอกลวงคนดูชัด ๆ รีบออกมาชี้แจ้งข้อเท็จจริงเลยนะ”
นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ชาวเน็ตรวมตัวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยที่ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่โต้แย้งและเข้าข้างเยี่ยหลานซาน
เยี่ยหลานซานไม่มีเรี่ยวแรงที่จะตอบโต้บุคคลที่อยู่หลังคีย์บอร์ดเหล่านั้น
สีหน้าที่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้รู้สึกอะไร แต่โทรศัพท์ที่อยู่ในมือของเธอนั้นถูกกำจนแน่น
อวิ๋นซีถอนหายใจและพูดกับน้องว่า “เสี่ยวชีที่น่าสงสารของฉัน ไม่มีชาวเน็ตคนไหนที่จะออกโรงแทนเลยซักคน พวกเขานี่ช่างโหดร้ายกับเธอเสียจริง ๆ ให้ฉันเลี้ยงเบียร์เย็น ๆ ซักหน่อยมั้ย เผื่อจะทำให้เธออารมณ์ดีขึ้น”
ถึงแม้อวิ๋นซีจะพูดเช่นนั้น แต่เขาก็รีบล็อกอินเข้าไป ทิ้งข้อความไว้
ฉันคือคนสวย สวยสยบเมือง(ชื่อผู้ใช้ของอวิ๋นซี) :[พวกโง่ตาถั่ว เห็น ๆ อยู่ว่าเกาซินซินแสดงไม่ได้เรื่อง]
แต่ทว่า เขาเพิ่งกดแสดงความเห็นไปหยก ๆ ก็มีชาวเน็ตตาไวคนหนึ่งเข้ามาโจมตีทันที
ลูกข่างจิ๋วส้ายเป่ย:[ไสหัวไป นางฟ้าของพวกเราเป็นถึง1ในดอกไม้งามทั้ง4 และเป็นแฟนของจักรพรรดิเฉียวเฟยฝาน
ฝีมือการแสดงน่ะ จะให้ไปเทียบกับสตั๊นแมนไม่ได้หรอก]
รหัสโอตาคุของฉันคือ001:[ถ้าประเมินด้วยสายตาที่เฉียบคมของฉันแล้วนั้น ชื่อผู้ใช้ที่ชื่อว่า *ฉันคือคนสวย สวยสยบเมือง จะต้องเป็นเยี่ยหลานซานคนนั้นแน่ ถ้าหากว่าไม่ใช่อะนะ จะยอมไลฟ์สดกินขี้เลย50ชั่ง]
น้องชายของผมยาว18cm:[จากความเห็นบน ผมขอบวกเพิ่มอีก10ชั่ง]
อวิ๋นซีถูกชาวเน็ตนับหมื่นรุมถล่ม ศึกครั้งนี้ช่างน่าเวทนายิ่งนัก
“บ้าเอ๊ย ถ้าแน่จริงก็ออกมาสู้กันซักตั้งสิวะ”
นี่ไม่ใช่พื้นที่ที่อวิ๋นซีถนัดจะต่อกลอนด้วย เขาจึงกวักมือเรียกเสี่ยวจินให้มาช่วยจัดการปัญหานี้
“เสี่ยวจิน นายน้อยอยากจะกินเนื้อคนหน่อย ช่วยส่งขี้หมู 50 ชั่งไปให้เขาที ขุนให้เขาอ้วนๆเลย”
เสี่ยวจินฟังอวิ๋นซีพล่ามจนจบ ก็หันไปพูดกับเยี่ยหลานซานว่า “พี่เยี่ยคะ หนูแบนเว็บพวกนั้นเรียบร้อยแล้วนะคะ
พวกเขามาด่าพี่ไม่ได้อีกแล้วล่ะค่ะ”
ที่แท้เสี่ยวจินก็เป็นแฮ็กเกอร์ตัวน้อยนี่เอง
เยี่ยหลานซานพยักหน้าก่อนจะพูดว่า “ถึงเธอจะแบนเว็บพวกนั้นไปแล้ว แต่เดี๋ยวก็มีขึ้นใหม่มาอีก ยิ่งแบนเว็บพวกนั้นมากเท่าไหร่มันก็มีแต่จะทำให้ผู้คนคิดว่าพี่ตั้งใจจะทำผิดจริง ๆ ค่อยๆหาทางกลบข่าวนี้ไปจะดีกว่านะ แบนเว็บมันควรจะเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่เราจะทำ”
เห็นได้ชัดเลยว่า ชาวเน็ตส่วนใหญ่ โดนชักนำให้เข้าใจผิดโดยแฟนคลับที่จิ้นคู่พระนาง เพราะฉะนั้นถึงได้เอาแต่โจมตีเยี่ยหลานซาน
สืบเนื่องมาจากการเข้าไปออกโรงปกป้องเยี่ยหลานซานเพียงเล็กน้อยของอวิ๋นซี ก็ทำให้ชาวเน็ตนั้นยิ่งเป็นเดือดเป็นแค้นขึ้นมากกว่าเดิม
ถ้าหากว่าจะแบนเว็บสู้ต่อ คงจะแย่ต่อตัวเธอเป็นแน่
“งั้นเธอมีแผนจะทำไงต่อล่ะ”
อวิ๋นซีกับเสี่ยวจินรอให้เยี่ยหลานซานออกคำสั่งอย่างใจจดใจจ่อ
HELLOTOOL SDN BHD © 2020 www.webreadapp.com All rights reserved