บทที่ 14 ข่าวฉาว ประเด็นเดือด

เฉียวเฟยฝานก้มลง ลูบผมของเธอเบา ๆ “เหนื่อยมาทั้งคืนแล้ว ตีสี่ถึงจะได้นอน ทำไมถึงไม่นอนให้เยอะ ๆ หน่อยล่ะ หืม”

“เมื่อคืนพี่เหนื่อยกว่าหนูอีกนะคะ...พี่เฉียว ไม่มีพี่นอนอยู่ข้าง ๆ หนูนอนไม่หลับเลย”

เกาซินซินเงยหน้ามองเขา สีหน้าแดงระเรื่อ และกระพริบตาปิ๊งปิ๊ง “เมื่อกี้เหมือนว่าหนูจะได้ยินเสียงพี่เฉียวเรียกชื่อของพี่เขา
คุยกับพี่เขามาเหรอคะ?”

เธอไม่สงสัยเลยถ้าเฉียวเฟยฝานจะยังติดต่อกับอดีตแฟนสาวอยู่ เธอเชื่อใจเขาด้วยความบริสุทธิ์ใจ

ทำให้เฉียวเฟยฝานยิ่งเห็นเธอเป็นแบบนี้ก็ยิ่งปวดใจ

เขากระชับอ้อมกอดเกาซินซินแล้วถอนหายใจออกมา “เยี่ยหลานซานเอาเรื่องที่เคยสลับตัวกันในฉากออกมาเปิดโปงแล้ว...ซินซิน พี่ขอโทษ
พี่ไม่น่ารับปากผู้กำกับต่ง และไม่น่าเชื่อใจผู้หญิงคนนั้นเลยว่าเธอจะเก็บความลับไว้ได้”

“อะไรนะคะ นึกไม่ถึงเลยว่าพี่เขาจะทำแบบนี้กับหนู”

เกาซินซินแปลกใจเล็กน้อย

หลังจากนั้นก็ทำตาละห้อย ยืดแขนโอบรอบต้นคอของเฉียวเฟยฝาน จูบที่รีบฝีปากของเขาอย่างเบาๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงนิ่มนวลว่า
“พี่เฉียวคะ หนูรู้ว่าพี่เขายังคงโกรธเคืองหนูอยู่ ถึงได้ทำเรื่องแบบนั้นออกมาได้ แต่หนูไม่เป็นไรหรอกนะคะ จริง ๆ ค่ะ
พี่เฉียวอย่าไปโทษพี่เขาเลยนะคะ ถ้าหากว่ามันร้ายแรงมาก หนูก็คงต้องยกตำแหน่งนางเอกเบอร์ 1 ให้พี่เขาไป...”

ในขณะที่พูดไปนั้น เธอก็จงใจตีหน้าเศร้าให้เขาเห็น

เฉียวเฟยฝานเห็นดังนั้นก็ยิ่งมีความรู้สึกอึดอัดใจมากขึ้น

ในขณะที่เกาซินซินใช้วิธีเอาน้ำเย็นเขาลูบ พูดจาโลมเล้าจนเขาใจอ่อนได้อย่างนี้ แต่เยี่ยหลานซานกลับแสดงความก้าวร้าวต่อเขาไม่รู้จริง ๆ ว่าทำไมเมื่อก่อนเขาถึงมองข้ามเกาซินซินไป

“วางใจเถอะ พี่ไม่ยอมให้หนูลำบากแน่ ๆ”

เฉียวเฟยฝานให้สัตย์สาบาน พลางโอบเธอไว้ในอ้อมแขน

เกาซินซินก้มลง ส่งสายตาเยือกเย็นเหมือนว่าเธอจะพอใจกับสถานการณ์ตรงหน้า

ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปแสดงสีหน้าเหมือนสาวบริสุทธิ์ไม่มีพิษภัย เธอเขย่งเท้าขึ้นเล็กน้อย ยื่นหน้าเขาหาเฉียวเฟยฝาน เตรียมมอบริมฝีปากชมพูนั้นให้กับเขา “พี่เฉียวคะ ขอแค่พี่อยู่ข้าง ๆ กายหนู หนูก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้นค่ะ”

ความอ่อนโยนของเกาซินซิน กับอุณหภูมิร่างกายของเธอนั้น ช่วยลดอารมณ์หงุดหงิดภายในใจของเฉียวเฟยฝานได้อย่างรวดเร็ว

ตัดภาพมาที่บรรยากาศห้องนั่งเล่น ภายหลังจากที่กิจกรรมของทั้งคู่นั้นสิ้นสุดลง

แสงไฟระยิบระยับตกกระทบที่เรือนร่างของคนสองคน

เผยให้เห็นถึงภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเด็ก ๆ น้อง ๆ หนู ๆ
……

ณ คอนโดของเยี่ยหลานซาน ทางฝั่งของเยี่ยหลานซานนั้นก็ได้ชนะศึกรอบแรกไปเรียบร้อย

โดยหลังจากที่เสี่ยวจินแฮกบัญชีเวยโป๋ของอู๋เทาได้ อวิ๋นซีก็ทำการโพสต์ภาพกิจกรรมลับของอู๋เทาไปแล้ว 3 ภาพ

และเอฟเฟคที่ตามมาก็คือ ――

โพสต์ดังกล่าวก็ได้ถูกเหล่าแฟนคลับดันขึ้นจนติดเทรนของเวยโป๋ ดึงดูดฝูงชนที่ชอบเรื่องซุบซิบดาราเข้ามามีส่วนร่วมวิจารณ์อย่างคับคั่ง

และเมื่อตัวอู๋เทาเองรวมถึงทางแสงดาวกรุ๊ปทราบข่าวนี้เข้า ก็ไม่สามารถยับยั้งประเด็นร้อนนี้ได้เลย เนื่องจากข่าวถูกกระจายไวมาก

อู๋เทาปิดบัญชีใช้งานบนเวยโป๋ในทันที และจัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ความว่า [“ บัญชีของผมถูกแฮกนะครับ คนในรูปนั่นไม่ใช่ผม และอีกอย่าง ทางผมและแสงดาวกรุ๊ปจะฟ้องร้องแฮกเกอร์รายนี้ให้ถึงที่สุด!”]

เสี่ยวจินที่กำลังติดตามความคืบหน้าของเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา เมื่อเห็นเขาแก้ตัวด้วยท่าทางเงอะงะ เธอกอดอก มืออีกข้างตบแก้มยุ้ย ๆ ของตัวเองเบา ๆ “จิ๊กโก๋ตัวเหม็น ยังจะกล้าหือกับฉันอีกเรอะ”

พูดจบเธอก็ชี้หน้าอู๋เทาที่ขึ้นอยู่บนจอทีวี และเคาะ ๆ ตี ๆลงไปที่หน้าเขา

เพื่อเป็นการยกภูเขาออกจากอก และความละอายใจนั้นไม่มีหลงเหลืออยู่แล้ว 10 นาทีต่อมา ภาพที่มีความละเอียดสูงจำนวน 9 ภาพก็ถูกอัพโหลดลงบนโซเชียล และแต่ละภาพนั้นสามารถเห็นได้ชัดเจนแจ่มแจ้งเลยว่าบุคคลในภาพคือ อู๋เทา

เป็นอีกครั้งที่เธอสามารถแฮกบัญชีเวยโป๋อีกบัญชีหนึ่งของอู๋เทาได้สำเร็จ และทำการโพสต์ภาพทั้ง 9ภาพลงไปรวดเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังฝากข้อความไว้ว่า [สิ่งที่ฉันแฮก คือบัญชีเวยโป๋ของคุณ ฉันไม่ได้สวมรอยเป็นตัวคุณเองสักหน่อย ถ้าไม่อยากให้คนรู้ว่าตัวเองทำอะไร ก็อย่าทำอีกสิคะ]

คราวนี้เสี่ยวจินและอู๋เทาได้เปิดศึกกันอย่างเป็นทางการ และเธอยังสามารถโหมไฟเข้าใส่ประเด็นเดือดนี้ได้สำเร็จ
โดยมีอวิ๋นซีคอยหัวเราะอย่างสะใจอยู่ข้าง ๆ

อวิ๋นซีบีบแก้มเสี่ยวจินแล้วพูดว่า “สมกับเป็นเสี่ยวจินของเราจริง ๆ เลยยย เก่งมาก!”

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ คนหนึ่งก็เป็นนางมารร้าย อีกคนก็เป็นเด็กสาวบริสุทธิ์อ่อนหวาน แต่กลับเข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยอย่างไม่น่าเชื่อ

เยี่ยหลานซานรวบรวมสติของเธอ ก่อนจะเปิดดูข่าวฉาวก่อนหน้าที่เกี่ยวกับตัวเธอ

และแน่นอนว่า ด้วยข่าวที่น่าตกใจของอู๋เทา ทำให้ข่าวระหว่างเธอกับเกาซินซิน รวมถึงความนิยมของละครเรื่อง จิ้งจอกสาวนั้น เริ่มลดลง
ข่าวฉาวของอู๋เทา เหมือนน้ำเย็นที่ถูกเทลงมาดับความร้อนระอุของโพสต์ก่อนหน้าที่เกี่ยวกับเธอ
เหลือเพียงแฟนคลับของเกาซินซินที่ยังคงโพสต์วิจารณ์กันต่อไป แต่ก็ไม่ได้หนักหนามากเท่าตอนที่มีข่าวหลุดออกมาใหม่ ๆ

แต่สิ่งที่ทำให้เยี่ยหลานซานประหลาดใจก็คือ...

เกือบจะในเวลาเดียวกันที่ข่าวฉาวของ อู๋เทา กำลังกระจายออกไปนั้น นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีข่าวฉาวอีกข่าวหนึ่งกำลังถูกเผยแผ่ กระจายออกไปอยู่เช่นกัน

[โม้เข่อซิน ดาราสาวแถวหน้าของแสงดาวกรุ๊ป ดันไปมีสัมพันธ์กับชายที่แต่งงานแล้ว]

ข่าวฉาวนี้ถูกเปิดเผยโดยปาปารัสซี่อันดับต้นของวงการข่าวฉาว

ทรัพย์สินของโม้เข่อซินในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น มีมากมายจนใช้ทั้งชาติก็คงไม่หมด เธอเป็นดาราหญิงคู่บุญคนแรกของทางแสงดาวกรุ๊ป และตราบใดที่เธอยังคงแสดงละครกับทางช่องของแสงดาวกรุ๊ปนั้น เรตติ้งก็จะพุ่งกระฉูดอยู่ตลอด

ค่าตัวของเธอเพิ่มขึ้นมากกว่า 10เท่า แถมยังเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์ดังต่าง ๆ หลายแบรนด์

รวมไปถึงสินค้า 2 แบรนด์ชั้นนำระดับสากลของจีนยังได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากได้ตัวเธอไปเป็นพรีเซนเตอร์

เรียกได้ว่า เธอเป็นจุดขายของทางแสงดาวกรุ๊ปตัวจริง

ตอนนี้ ข่าวฉาวเรื่องการเป็นมือที่ 3 นี้ ได้รับความนิยมมากจนทำให้ข่าวของอู๋เทาดับลงอย่างรวดเร็ว โดยข่าวฉาวที่เพิ่งประทุขึ้นใหม่นี้นั้นครองอันดับ 1 ของเทรนยอดนิยมบนเวยโป๋ และยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่อง

เยี่ยหลานซานกระพริกตาปริบ ๆ และมองไปที่เสี่ยวจิน

เสี่ยวจินรีบยกมือขึ้นโบกอย่างรวดเร็ว “ไม่ใช่หนูนะคะ”

“พี่รู้”

เยี่ยหลานซานตอบ พลางเฝ้าดูความเสียหายที่เกิดขึ้นกับภาพเทพธิดาของโม้เข่อซินที่เธอรักษามานานหลายปี หลักฐานก็มัดตัวเธออย่างแน่นหนา และทำให้เธอไม่มีโอกาสที่จะออกมาโต้แย้งได้เลย

ในใจเธอตอนนี้ก็ยังอดสงสัยไม่ได้

มันบังเอิญเกินไป..

ข่าวฉาวของอู๋เทากับโม้เข่อซินถูกปล่อยออกไปในเวลาที่ห่างกันเพียง 2 นาที และที่สำคัญไปกว่านั้น ข่าวฉาวทั้งสองข่าวนี้ ล้วนแล้วแต่ถูกเปิดเผยออกมาตามหลังข่าวอื้อฉาวของเธอมาติด ๆ

ข่าวอู๋เทานั้นเป็นฝีมือของเสี่ยวจิน

และข่าวของโม้เข่อซินล่ะ?

“หรือนี่เป็นเพียงแค่ความบังเอิญ?”

สัมผัสที่ 6 ของเธอเริ่มทำงาน

เมื่ออวิ๋นซีเห็นเยี่ยหลานซานกำลังคิดถึงสิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจอยู่นั้น เขาก็ขัดจังหวะเธอขึ้นมาด้วยท่าทางร่าเริงอารมณ์ดี
“จะไปสนใจอีกทำไมไอ้เรื่องบังเอิญหรือไม่บังเอิญน่ะ เพราะถึงยังไงตอนนี้เธอก็ปลอดภัยแล้วนะ เอาล่ะ ตัวน้อยน่ารักทั้ง 2 ของฉัน
เที่ยงนี้เราจะกินอะไรกันดี”

ทันทีที่เยี่ยหลานซานได้ยินคำว่า ตัวน้อยน่ารัก เธอก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเหตุการณ์ชุลมุนที่สนามบิน ตอนที่เธอถือหัวใจสีแดงดวงน้อยนั่น

เธอทำท่าขนลุกอยู่ครู่นึง ก่อนจะพูดว่า “ต่อไปนี้ ห้ามพูดคำว่า ตัวน้อยน่ารัก คำนี้ ให้ฉันได้ยินอีก!”

…………

เอ็มเพอเรอร์กรุ๊ป

ณ ห้องทำงานที่ตกแต่งอย่างสวยงามของประธานใหญ่ กงเส่าถิงในชุดสูทสีดำ กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน

แสงแดดสีทองอ่อน ๆ สาดส่องเข้ามา ผ่านร่างกายของเขา

ทำให้เห็นความเฉยชาบนใบหน้าที่นิ่งสงบของเขามากยิ่งขึ้น บวกกับลมหายใจเข้าออกอย่างช้า ๆ

ตรงหน้าของกงเส่าถิง มีชายคนหนึ่งยืนก้มหน้าไม่กล้าสบตาเขา ชายรูปร่างท้วม ศีรษะล้านแวววับเหมือนลูกแตงโม

ใครเห็นเข้า จะต้องเรียกเขาว่า : นายคนนี้เป็นสุนัขหัวเหม่งของโจโจ้ ชัด ๆ [การ์ตูนเรื่องหนึ่ง]

อย่าได้หลงเชื่อท่าทางภายนอกที่ดูไร้เดียงสาต่อหน้าท่านประธานนี้ ความจริงแล้วเขาเป็นคนปากไม่ดี ถ้านิ่ง ๆ เงียบ ๆก็เหมือนจะไม่มีอะไร
แต่ถ้าหากได้พูดเรื่องใครแล้วล่ะก็ คนผู้นั้นก็เหมือนถูกถลกหนังทั้งเป็นเลยทีเดียว

บุคคลที่ทำให้คนทั้งวงการบันเทิงเกลียดจนเข้ากระดูก ณ ตอนนี้เขากลับสลัดความเย่อหยิ่งออกหมด ยืนก้มหน้าก้มตาด้วยความเคารพให้กับชายสูงศักดิ์ตรงหน้า

“ประธานกงครับ ผมจัดการทุกอย่างตามที่ท่านประธานสั่งแล้วนะครับ”

หลังจากพูดจบเขาก็เหลือบมองชายตรงหน้าอย่างระมัดระวัง

Unduh App untuk lanjut membaca

Daftar Isi

1