บทที่18 บอสครับ รบกวนเบามือกับผมด้วยนะครับ!

“ฉันไม่รู้ แล้วก็ไม่อยากรับรู้ด้วย!”

ในเมื่อพูดกันไม่รู้เรื่องก็เงียบเสียดีกว่า!

ไม่นานพวกเขาก็ถึงแยกไฟแดง ตอนนี้เยี่ยหลานซานมีแผนอยู่ในใจแล้ว เธอมองไปที่เฉียวเฟยฝานอย่างใจเย็น “เรื่องที่นายลักพาตัวฉันขึ้นรถมาวันนี้ ฉันจะไม่ติดใจเอาความอะไรกับนาย แต่ฉันขอแนะนำนายไว้อย่างนึง ว่าหลังจากนี้เราควรกลับไปเป็นคนที่ไม่รู้จักกันจะดีกว่า”

เมื่อเธอพูดจบ เฉียวเฟยฝานก็เหยียบเบรกทันที

เยี่ยหลานซานเปิดประตูและลงไปอย่างภาคภูมิใจ

เธอปิดประตู ปั้ง! และแอบถูกใจอยู่เล็ก ๆ

ทั้ง ๆ ที่ตกลงกันแล้วว่าจะกลับไปเป็นคนไม่รู้จักกัน แต่ทำไมมันถึงรู้สึกจี๊ด ๆ ในใจจังนะ

เฉียวเฟยฝานจ้องมองเธอจากด้านหลัง จนเธอหายวับไปท่ามกลางรถที่กำลังจอดต่อ ๆ กันในจราจรที่ติดขัดนั้น

จนกระทั่งเจ้าของรถคันหลังบีบแตรขัดจังหวะเขา

เขาตกใจเสียงแตรจนได้สติและรีบขับรถต่อ

และในตอนที่เขาเหยียบคันเร่งอยู่นั้น ตัวเขาเองก็เพิ่งจะนึกได้ว่าที่มาพบเธอวันนี้ ก็เพื่อที่จะขอให้เธอยุติการก่อเรื่องที่น่ารังเกียจนั้นซะ แล้วออกมาขอโทษสื่อ ขอโทษประชาชนทุกคน แต่เมื่อเขาเผชิญหน้ากับท่าทีที่เยาะเย้ยและเฉยชาของเธอนั้น เขาคาดไม่ถึงเลยว่าจะลืมพูดเรื่องสำคัญออกไป...

เขากำหมัดทุบลงบนพวงมาลัยด้วยความโกรธจนเสียงแตรรถดัง

และในที่สุดโจวไท่ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ตามมาได้ทันเวลา และได้เห็นเยี่ยหลานซานเดินลงมาจากรถพอดี

เขาหายใจออกมาอย่างโล่งใจ

และอยากจะรายงานกงเส่าถิงซักหน่อยว่าเธอไม่เป็นอะไรมากแล้ว ทันทีที่เขาจอดมอเตอร์ไซค์ลงข้างทางและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก็ถูกเยี่ยหลานซานจับได้ “พี่โจว!”

โจวไท่ตกใจพูดอะไรไม่ออก มือไม้สั่นทั้ง ๆ ที่จับโทรศัพท์อยู่

และท่าทางที่กำลังจะกดโทรศัพท์ก็หยุดชะงักลง

เยี่ยหลานซานเดินเข้ามาจากด้านหน้า และมองเขาด้วยความแปลกใจที่โจวไท่นั้นสวมสูทขี่มอเตอร์ไซค์ “พี่โจว บังเอิญจริง ๆ เลยค่ะ ไม่คิดว่าจะเจอพี่ที่นี่!”

โจวไท่ทำตัวไม่ถูกได้แต่ยิ้มออกไป “แหะ ๆ ใช่ บังเอิญจริง ๆ เลยเนอะ”

แล้วเธอก็ถามต่อ “พี่มีธุระเร่งด่วนรึเปล่าคะ?”

“หา?”

โจวไท่พยายามปกปิดความล่อกแล่กของสายตาเขา “มะ ไม่มีครับ”
“งั้นก็ดีเลยค่ะ ตอนนี้รถกำลังติดอยู่ด้วย คงจะเรียกรถยากมาก พี่โจวช่วยขับพาฉันไปโรงพยาบาลทีเถอะค่ะ ไปเยี่ยมพี่ใหญ่ของพี่โจกัน” เยี่ยหลานซานพูดจบก็ขึ้นนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เรียบร้อย

โจวไท่อยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ขาดเนื่องจากความตื่นตระหนกของตัวเอง ทำเอาลิ้นแข็งจนพูดไม่ออก

อยากจะพูดว่าไม่เป็นไรก็พูดไม่ออก!

อยากจะพูดอะไรก็พูดไม่ได้!

ในตอนนี้ คุณเยี่ยก็นั่งซ้อนท้ายเรียบร้อยแล้ว ทำให้เขาไม่มีโอกาสจะรายงานเจ้านายของเขาเลย

ทำได้เพียงสะอื้นอยู่ในใจ และเร่งเครื่องไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ

หวังว่าฉันจะพอซื้อเวลาให้บอสได้เตรียมตัวใหม่อีกครั้งทันนะ

เขาคิดไว้อย่างสวยงาม

แต่เยี่ยหลานซานเห็นว่าเขาขับมอเตอร์ไซค์ช้ามาก ซึ่งช้ากว่าคุณป้าที่ขี่จักรยานไฟฟ้าตามถนนเสียอีก และมันทำให้ความอดทนของเธอนั้นเริ่มจะหมดลง

เธอตบบ่าของโจวไท่เบา ๆ เพื่อเรียก “พี่โจว พี่จอดมอเตอร์ไซค์เถอะ”

“ ห๊า? ได้ครับ!”

โจวไท่จอดรถลงข้างทาง

แอบดีใจเพราะคิดว่าคุณเยี่ยอาจจะเปลี่ยนใจไม่ไปกับเขาแล้ว แต่กลับพบว่า เยี่ยหลานซานลงจากรถก็ผลักเขาให้ไปนั่งข้างหลังของมอเตอร์ไซค์และเธอก็กระโดดขึ้นควบด้านหน้ามอเตอร์ไซค์ในท่าทางที่เท่ห์ไม่เบา

โจวไท่อดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปากยิ้ม “คุณเยี่ย ขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเป็นด้วยเหรอครับ?”

“มันแน่นอนอยู่แล้วค่ะ”

ในขณะที่เยี่ยหลานซานขี่มอเตอร์ไซค์อยู่นั้น เธอก็เม้มริมฝีปาก คิ้วขมวดและไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่

“เกาะแน่น ๆ นะคะ!”

ทันทีที่พูดจบ รถก็พุ่งไปข้างหน้าเร็วขึ้นเหมือนจรวด

ท่ามกลางลมที่ปะทะตัวทั้งคู่ โจวไท่เกาะท้ายรถแน่น ทั้งตัวเขาถูกลมตีจนสภาพจากที่เนี้ยบ ๆ ก็กลายเป็นยุ่งเหยิงเล็กน้อย

ทักษะการขับขี่ของคุณเยี่ยนั้นเท่ห์เหนือใครจริง ๆ

ขอร้องล่ะ ช่วยเพิ่มความเป็นกุลสตรีอีกสักนิดจะได้มั้ยเนี่ย!?

เขาเกาะท้ายรถแน่นเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองตกลงไป แม้แต่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาบอสยังทำไม่ได้

ภายในใจของเขานั้น ความสิ้นหวังนี้น่ากลัว ๆ พอ ๆ กับความตายเลย

บอสครับ รบกวนเบามือกับผมด้วยนะครับ!

…………

กงเส่าถิงเฝ้าดูโจวไท่ขึ้นรถมอเตอร์ไซค์และขี่ตามรถไล่ตามรถคันที่ลักพาตัวเยี่ยหลานซานไป จากนั้นเขาก็ตัดสายวิดีโอคอลและรีบเหยียบรองเท้าแตะวิ่งออกมาจากโรงพยาบาล ดูเหมือนจะไม่มีวันไหนที่ได้อยู่อย่างสงบเลย

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่เพิ่งจะเลิกงาน ก็เหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งในชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาลวิ่งผ่านเขาไป

ท่าทางคล่องแคล่วและแข็งแรงนั้น

กับแผ่นหลังที่คุ้น ๆ ตานั้น

ทำไมยิ่งมอง...ยิ่งรู้สึกว่าเหมือนเจ้านายของเขาซึ่งเป็นประธานใหญ่ของเอ็มเพอเรอร์กรุ๊ปคนนั้นนะ

พอเขาขยี้ตา ชายคนนั้นก็หายไปเสียแล้ว

แต่เมื่อนึกถึงท่าทางเฉยเมยและหยิ่งผยองของท่านประธานใหญ่ ผู้ที่นิ่งสงบชนิดที่ว่าถ้าเกิดฟ้าถล่มก็คงไม่อาจทำให้เขาขมวดคิ้วได้
เขาจึงทำได้เพียงแค่ถอนหายใจและพูดออกมาว่า “สายตาคนแก่ละมั้งเนี่ย”

จากนั้นก็เดินต่อไปอย่างช้า ๆ

กงเส่าถิงตรงดิ่งไปที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล

โรงพยาบาลแห่งนี้ เป็นโรงพยาบาลส่วนตัวของเขา ไม่สิ ถ้าพูดให้ถูก ที่นี่ก็คือสถานที่พักฟื้น รักษาร่างกายส่วนตัวที่เขาทุ่มเงินจำนวน 3 พันล้านของตัวเองเพื่อสร้างมันขึ้นมา

ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ในโรงพยาบาล ความเชี่ยวชาญของแพทย์ คุณภาพของพยาบาลและสภาพแวดล้อม รวมถึงอาหารการกินล้วนแล้วแต่ใช้ส่วนผสมที่คัดสรรเอาแต่สิ่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดสารพิษทั้งหมด

ค่าเข้าพักรักษาเพียง 1 คืนก็เท่ากับเงินจำนวนมากเลยทีเดียว

ผู้ที่สามารถมาที่นี่เพื่อพบแพทย์หรือพักฟื้นที่นี่ได้ มีเพียงบุคคลสำคัญของวังหลวงเท่านั้น

ลานจอดรถกว้างขวางที่ซึ่งมีรถจอดอยู่ไม่มากนักในตอนนี้ แต่รถที่จอดอยู่ล้วนแล้วแต่เป็นรถยี่ห้อหรูลิมิเต็ตระดับสากลทั้งสิ้น

และรถของกงเส่าถิง ก็คือ บูกัตติ เวย์รอน สีเงินที่มีเพียง 2 คันในโลก

แวบเดียวเขาก็เข้าไปในรถ สตาร์ทเครื่องยนต์และขับออกไปทันที

ในหัวของเขานั้น ได้วางแผนตามล่ารถคันที่ลักพาตัวเยี่ยหลานซานไว้เรียบร้อยแล้ว เขาคำนวณเส้นทางของรถคันนั้นและรีบขับตามไปโดยเร็ว

เมื่อถึงทางแยกที่ห่างจากโรงพยาบาลมาหนึ่งกิโลเมตร รถมอเตอร์ไซค์สีดำกับรถบูกัตติ เวย์รอนสีเงิน แล่นสวนกันไปอย่างเร็ว

โจวไท่จำรถคันนั้นได้ตั้งแต่แวบแรกที่เห็น เขาส่งเสียงเรียกอย่างน่าสงสาร แววตาแสดงออกอย่างเด่นชัดว่าเหมือนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่โหดร้าย

และเขาไม่สนใจความปลอดภัยของชีวิตตัวเองแล้วในตอนนี้ เขาปล่อยมือที่เกาะท้ายรถไว้แน่นก่อนหน้านี้ และคว้าโทรศัพท์ออกมาด้วยมือที่สั่นระริก

“พี่โจว เป็นอะไรรึเปล่าคะ?”

เสียงของเยี่ยหลานซานดังออกมาผ่านสายลม

แค่โจวไท่ปล่อยมือออกจากท้ายรถ ร่างกายของเขาก็เริ่มโอนเอนไปซ้ายทีขวาที

และประจวบเหมาะกับที่เยี่ยหลานซานกำลังขี่เข้าโค้งพอดี ทำให้เขาเกือบจะตกลงไป

เขาตกใจจนตาแดงก่ำ ละความพยายามในการจะกดโทรศัพท์และเอื้อมไปเกาะท้ายรถไว้อย่างเดิม

ดีที่ ร่างกายเขาตอบสนองต่อความกลัวนั้น ในสมองยังมีความกลัวจนต้องเปลี่ยนใจหันกลับมารักชีวิตตัวเอง

เขากลั้นความรู้สึกนั้นไว้ไม่ไหว พูดออกมาอย่างตะกุกตะกักว่า “คุณเยี่ยครับ ช่วยหยุด ช่วยหยุดรถทีครับ ผมกำลังจะอ้วกแล้...”

ชึ่บบ!

หลังจากเสียงเบรกดังออกมา รถก็เริ่มหยุดอยู่กลางถนน

โจวไท่ที่กำลังก้าวลงจากรถก็กลายเป็นล้มลงไปบนพื้นเลยทีเดียว

เมื่อเท้าของเขาได้แตะถึงพื้น ขาของเขาก็อ่อนแรงลง ตัวอ่อนเหมือนจะปลิวไปตามลม และคิดว่าตอนนี้ระบบร่างกายของเขาคงอยากจะพูดคำ ๆ นี้ออกมา “จบเกมส์”

เขาไม่สนภาพลักษณ์อาชาแห่งเทพเจ้าของตัวเองอีกต่อไปแล้ว เขานั่งยอง ๆ ข้างถนน ทำท่าจะอาเจียน และในขณะเดียวกันก็แอบหยิบโทรศัพท์ออกมาส่งข้อความหากงเส่าถิง

[บอสครับ กลับโรงพยาบาลด่วนเลยนะครับ คุณเยี่ยกำลังจะถึงในไม่ช้าครับ]

ซิวว!

เสียงข้อความถูกส่องออก

เสียงนั่นทำให้เขาแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

ตลอดทางโจวไท่ไม่ได้รายงานความคืบหน้าให้กับเจ้านายของเขาเลย และด้วยท่าทางแปลก ๆ ของเขาก็ทำให้เยี่ยหลานซานอดสงสัยไม่ได้

และคิดว่าเขาทำตัวแปลก ๆ ไปหมด

ผ่านพ้นความวุ่นวายมากมายจนมาถึงโรงพยาบาลได้ในที่สุด เยี่ยหลานซานเร่งฝีเท้าไปยังห้องผู้ป่วย เธอผลักประตูเข้าไปในห้องโดยไม่ได้เคาะประตู

Unduh App untuk lanjut membaca

Daftar Isi

1