บทที่ 13 ยิ่งไม่อยากพบเจอยิ่งเจอ

“หยุดพูดมากได้แล้ว ท่านซีอีโอมาแล้ว!!” และในตอนนี้เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเป็นคนตะโกนขึ้นมาตรงหน้าประตู

เดิมทีห้องประชุมที่เต็มไปด้วยเสียงถกเถียงได้เงียบกริบลงไปภายในพริบตา นี่จึงทำให้โม่ฝานรู้สึกงงอยู่เล็กน้อย

อันที่จริงทุกคนที่อยู่ในนี้ไม่มีใครอยากมาสมัครเป็นรปภเลย แต่พวกเขาแค่อยากเห็นหน้าสาวสวยอันดับ 1 แห่งเมืองเจียงโจวเท่านั้น!!

“ได้ยินมาตั้งนานแล้วว่าสาวงามที่อยู่ในจินซือหย่ากรุ๊ปนั้นมีเยอะมากๆ ได้ยินมาว่ามีสาวงามทั้งหมด 6 คนเชียวนะ และคนที่สวยที่สุดก็ต้องเป็นเจ้าของบริษัทอยู่แล้ว วันนี้ในที่สุดก็จะได้เจอตัวจริงเสียงจริงสักที!!”

“ก็ใช่ไง ต่างบอกกันว่าตัวจริงสวยกว่าในรูปมากๆ!!”

“แค่ในรูปถ่ายก็สวยมากจนบินได้แล้ว งั้นตัวจริงจะไม่งดงามจนเป็นฉนวนที่สามารถทำให้บ้านเมืองล่มสลายได้เลยหรือ?!”

“.....”

มุมปากของโม่ฝานกระตุกเล็กน้อย เขากล้าพนันได้เลยว่าคนพวกนี้มาเพราะภรรยาตัวเอง!

แบบนี้เขาจะทนได้ยังไง?!

ผู้หญิงของเขาไม่ใช่คนที่คนพวกนี้จะสามารถเพ้อฝันได้!!

ดูท่าตำแหน่งรปภนี้ ต้องเป็นของเขาอย่างไร้ข้อสงสัยแน่นอน

และในตอนนี้เองก็มีเสียงรองเท้าส้นสูงดังตึกๆใกล้เข้ามา หัวใจของทุกคนต่างเต้นเร็วขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้

ขาที่เรียวยาวทั้งสองคู่นั้นได้ปรากฏขึ้นในดวงตาของพวกเขา คนหนึ่งชอบใส่ถุงน่องสีขาว คนหนึ่งชอบใส่ถุงน่องสีดำ ต่างมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป

“ไม่ไหวแล้ว พวกนายมีใครเอากระดาษทิชชู่มาไหม!”

“ฉันก็อยากได้เหมือนกัน อดใจไม่ไหวแล้ว…..”

“.....”

โม่ฝานที่เห็นแบบนี้แล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างดูหมิ่น พวกขยะ!

ครั้งแรกที่ตัวเองได้เห็นหน้ามู่ชิงเอ๋อร์นั้น รู้หรือเปล่าว่าตัวเขาเองนั้นเรียบนิ่งมากแค่ไหน

แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมามอง ก็ทำให้ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเบิกกว้างกลมโตมากเลยทีเดียว!!

เขาไม่ได้ตะลึงเพราะความงาม แต่ก็พูดได้ว่าเขาตะลึงเพราะความงามได้เหมือนกัน

เพราะหนึ่งในนั้นคือผู้หญิงที่เขาเพิ่งสนุกอย่างบ้าคลั่งไปด้วยในเมื่อคืน…..

บนใบหน้าของซูเยว่ในตอนนี้ไม่มีรอยยิ้มเลยแม้แต่น้อย เย็นชาดังดอกบัวที่อยู่บนภูเขาน้ำแข็ง

เมื่อเผชิญหน้ากับผู้สมัครทั้งหมดที่อยู่ด้านล่าง เธอไม่ได้ชายตาลงมามองเลยด้วยซ้ำ

มู่ชิงเอ๋อร์ให้พนักงานเข็นหม้อปรุงยาขนาดใหญ่เข้ามาด้านใน ก่อนที่เธอจะยิ้มหวานแล้วพูดว่า “หม้อปรุงยานี้มีน้ำหนักประมาณ 75 กิโลกรัม ซึ่งบททดสอบด่านแรกของเราคือใครที่สามารถยกหม้อปรุงยานี้ขึ้นมาและอดทนเป็นเวลา 30 วินาที จะถือว่าผ่านการทดสอบ!!”

ทุกคนหันไปมองหม้อปรุงยานั่นรอบนึง มันเป็นหม้อที่ทำมาจากเหล็ก แถมยังแข็งแรงมากๆอีกด้วย ตัวหม้อไม่ได้สูงมากนักแต่ดูหนักมากๆ

ผู้สมัครหลายคนเริ่มเบ่งโชว์กล้ามเนื้อของตัวเองแล้ว

“จิ๊บจ๊อย เดี๋ยวขอผมก่อน!!” เทรนเนอร์ฟิตเนสคนหนึ่งที่กล้ามเนื้อค่อนข้างกำยำได้ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้แล้วพูด

ก้าวเท้ายาวขึ้นมาข้างหน้า ใช้มือทั้งสองข้างจับที่จับของหม้อปรุงยาไว้ หายใจเข้าลึกลึก ออกแรงจนใบหน้าแดงก่ำไปทั้งหน้า

“ขึ้น!!” เขาตวาดเสียงต่ำ ก่อนจะค่อยๆยกหม้อปรุงยานั่นขึ้นมา

เขาในตอนนี้ได้เริ่มกลั้นหายใจแล้ว ใบหน้าแดงเถือก เห็นได้ชัดเจนเลยว่าหม้อปรุงยานี้น่าจะไม่ได้มีน้ำหนักแค่ 75 กิโลกรัมเท่านั้น!!

“ผ่าน!! คนต่อไป!!” ซูเยว่พูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง

เมื่อเห็นว่าผู้ชายกลุ่มนี้ยกหม้อปรุงยาได้ดูเหน็ดเหนื่อยขนาดนี้แล้ว ซูเยว่จึงอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าอย่างเอือมระอา สมรรถภาพทางร่างกายของผู้ชายในยุคสมัยนี้ยิ่งอยู่ยิ่งถดถอยลงไปแล้ว

ผู้หญิงชอบออกกำลังกาย ส่วนผู้ชายนั้นชอบแต่งหน้า

เธออดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปถึงภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ บาดแผลที่อยู่บนตัวผู้ชายคนนั้นล้วนเป็นเกียรติยศของพวกเขา!

คนคนนึงต่อสู้กับคนอีก 10 กว่าคน และยังสามารถต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามได้อย่างไม่เสียเปรียบอีกด้วย ต้องแบบนั้นสิถึงจะเรียกว่าลูกผู้ชายตัวจริง!

ยิ่งคิดปกติก็ยิ่งล่องลอย

“บอสครับ ยังไม่ถึงเวลาที่กำหนดอีกหรอครับ?!” ชายหนุ่มคนหนึ่งใช้มือทั้งสองข้างยกหม้อปรุงยานั่น ขาทั้งสองข้างของเขาเริ่มสั่นเทาขึ้นมาแล้ว

มู่ชิงเอ๋อร์รีบใช้ศอกกระทุ้งซูเยว่ที่กำลังเหม่อลอย “คิดอะไรอยู่น่ะ คนเขายกเกิน 30 วินาทีแล้ว รีบบอกให้หยุดสิ!!”

“ผ่าน!! คนต่อไป โม่ฝาน!!” ซูเยว่ตวาดเสียงต่ำ

และในตอนนี้เองโม่ฝานที่นั่งอยู่แถวสุดท้ายได้ลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย หลังจากที่เขานั่งนานจนใกล้จะนอนหลับ

ทุกคนมองดูแผ่นหลังของเขาและอดไม่ได้ที่จะเหน็บแนม

“หุ่นแค่นั้นของมัน อย่าว่าแต่ยกขึ้นมาได้เลย มันจะสามารถขยับหม้อปรุงยานั่นได้หรือเปล่ายังเป็นปัญหาเลย!!”

“ฉันก็ว่างั้นเหมือนกัน เมื่อกี้แค่ยกขึ้นมายังกินแรงฉันไปเยอะไม่น้อยเลย!!”

“ก็ใช่ไง อย่างน้อยหม้อปรุงนั่นก็มีน้ำหนักประมาณ 90 กว่ากิโลกรัมอยู่ โชคดีที่ร่างกายของพวกเราแข็งแรง ไม่งั้นเราอาจจะยกสิ่งนั้นไม่ไหวจริงๆ!!”

“......”

สำหรับคำพูดเหน็บแนมของคนพวกนั้น โม่ฝานไม่ได้เก็บเอาไปใส่ใจเลยด้วยซ้ำ

ซูเยว่มองดูชื่อดังกล่าว ทำให้เธอนึกถึงคำพูดที่มู่ชิงเอ๋อร์พูดกับเธอไว้ในเมื่อกี้นี้ได้ทันที เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนคนนี้คือคนแบบไหนกันแน่ ถึงขั้นทำให้ท่านซีอีโอรับมือไม่ไหวอย่างนั้นหรอ!!

“โม่ฝานใช่ไหม เริ่ม….” แต่ในขณะที่ซูเยว่กำลังจะเอ่ยปากพูดอยู่นั้น แววตาของเธอก็ได้หยุดชะงักไปภายในพริบตา

เห็นได้ชัดเจนเลยว่าเธอจำได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้เป็นผู้ชายคนเดียวกันกับคนที่…..

แต่ทว่าซูเยว่ก็กำลังพูดโน้มน้าวตัวเองอย่างสุดความสามารถเช่นกัน จำผิดคน เธอต้องจำผิดคนแน่ๆ

เธอรีบใช้มือนวดๆขมับของตัวเอง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้ก็ยังคงรูปร่างเหมือนเดิมอยู่เช่นเคย

“ผมเริ่มได้หรือยังครับ!” โม่ฝานพูดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ในระหว่างที่พูดอยู่นั้นเขายังจงใจยักคิ้วอีกด้วย

ตอนนี้ซูเยว่กล้ายืนยันแล้วว่าไอ้หมอนี่คือคนเดียวกันกับคนที่มีอะไรกับเธอหลังจากที่เธอดื่มจนเมา

นี่จึงพิสูจน์ให้เห็นว่าคำกล่าวที่ว่า ยิ่งไม่อยากเจอยิ่งพบเจอ เป็นคำกล่าวที่มีอยู่จริง!

เธอก็รู้สึกเสียใจทีหลังอยู่เหมือนกันว่าทำไมเมื่อวานตัวเองถึงวู่วามขนาดนั้น มีอะไรกันก็แล้วไป เพราะตอนนี้ทุกคนก็ต่างโตเต็มวัยกันแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สามารถรับผิดชอบได้อยู่ มากสุดก็แค่ต่อไปไม่ต้องเจอหน้ากันอีก ต่างเดินตามเส้นทางของใครของมัน

แต่บางครั้งพรหมลิขิตมันก็ชอบเล่นตลกแบบนี้แหละ ยิ่งเป็นคนที่ไม่อยากพบเจอ สวรรค์ก็จะยิ่งเหวี่ยงคนคนนั้นมาเจอเราให้ได้

“เริ่มได้!!” ภายในแววตาของซูเยว่มีรังสีแห่งความเยือกเย็นซ่อนอยู่

เธอสาบานแล้วว่าเธอจะไม่ปล่อยให้ไอ้หมอนี่ได้ทำงานอยู่ในบริษัทต่อเป็นอันขาด ถ้าเกิดเขาเอาเรื่องเมื่อคืนไปอวดโม้กับคนอื่นละก็ งั้นต่อไปชื่อเสียงทั้งหมดของเธอก็จะพังทลาย!!

อื้มม!!

จะเก็บคนคนนี้ไว้ไม่ได้!!

แต่เมื่อเธอมองดูเงาร่างที่ผอมบางของโม่ฝานที่อยู่ตรงหน้าแล้ว มันไม่ค่อยเหมือนกับคนที่ต่อสู้กับศัตรู 10 กว่าคนเมื่อวานนี้เลย

หรือว่าตัวเองจำคนผิดจริงๆ?!

โม่ฝานเดินไปด้านหน้าหม้อปรุงยานั่น เขากวาดตามองดูรอบๆ

“ไอ้หนู ยอมแพ้เถอะ อย่าฝืนตัวเองเลย สิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่แกยกไหวหรอ!!” เทรนเนอร์ฟิตเนสกล้ามโตคนนั้นถูๆกำปั้นของตัวเองพลางพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น

หลังจากนั้นก็มีเสียงหยอกล้อดังขึ้นมาอย่างไม่หยุดหย่อนเช่นกัน

เขาใช้มือข้างหนึ่งดันไว้ตรงก้นหม้อปรุงยา ก่อนจะออกแรงตรงฝ่ามือ ภายในเวลาชั่วพริบตาเดียวกล้ามเนื้อของเขาก็ขยายโตขึ้นเป็น 2 เท่าตัว

“ขึ้น!!” โม่ฝานตวาดเสียงทุ้ม จากนั้นหม้อปรุงยานั่นก็ถูกเขายกขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย

คนอื่นต่างต้องใช้มือทั้งสองข้างถึงจะสามารถยกขึ้นมาได้อย่างยากลำบาก แต่เขากลับสามารถใช้มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาได้อย่าชิลล์สบาย

ทุกคนรู้สึกอึ้งทึ่งเป็นอย่างมาก

นี่มันไม่เป็นไปตามหลักการวิทยาศาสตร์เลยนะ!!

ฝาโลงของนิวตันใกล้จะต้านอยู่แล้ว!!

“นะ….นี่มันเป็นไปได้ยังไง!!” เทรนเนอร์ฟิตเนสคนนั้นอุทานอย่างตะลึง

ตอนนี้พวกคนที่เพิ่งพูดจาหยอกล้อโม่ฝานไปในเมื่อกี้นี้ได้อ้าปากค้างจนพูดอะไรไม่ออกแล้ว

แม้แต่ตัวซูเยว่และมู่ชิงเอ๋อร์เองก็ต่างช็อกเป็นอย่างมาก เป็น….เป็นไปได้ยังไง!!

โม่ฝานที่ดูผอมแห้งแรงน้อยขนาดนั้น แต่ตอนนี้เขากลับสามารถระเบิดศักยภาพของตัวเองออกมาได้สูงขนาดนี้เลยอย่างนั้นหรอ!!

“นี่ถือว่าผ่านหรือยัง?” โม่ฝานยิ้มอ่อนพลางพูด

หลังจากที่พูดจบเขายังใช้มือข้างเดียวหมุนหม้อปรุงยาขนาดใหญ่นั่นไปมาอยู่ในมืออีกด้วย สิ่งของที่มีน้ำหนักประมาณ 90 กิโลเมตรกลายเป็นฟองสบู่ไปเลยเมื่ออยู่บนมือเขา….

Unduh App untuk lanjut membaca

Daftar Isi

311