บทที่ 18 แกควรกินยาต่างหาก
by จินเหอซี
08:31,Apr 26,2021
เมื่อเห็นว่าพฤติกรรมของผู้ชายที่เหมือนขุนช้างเป็นแบบนี้ โจวเทียนก็รู้สึกปลงเป็นอย่างมาก
แกซื้อของแกไป ฉันซื้อของแก ฉันไปทำให้แกไม่พอใจอะไรหรือ?
"คุณผู้ชายคะ เดี๋ยวฉันพาคุณไปดูฝั่งนู้นดีกว่าค่ะ"
และในตอนนี้เอง พนักงานขายคนดังกล่าวที่ชื่อว่าเถียนเสี่ยวยุ้ยได้พูดเสียงเบากับโจวเทียน
โจวเทียนดูออกว่า สาวน้อยที่ชื่อเถียนเสี่ยวยุ้ยคนนี้เป็นคนที่มีจิตใจเมตตามาก บางทีเธออาจจะเกรงว่าตัวเองจะไปทะเลาะกับเถ้าแก่เจิ้งคนนั้นสินะ
"ก็ได้ครับ"
โจวเทียนพยักหน้า ก่อนจะเดินตามเถียนเสี่ยวยุ้ยบริเวณที่มีหาดทรายที่ห่างออกไปไม่กี่เมตร
เถียนเสี่ยวยุ้ยกำลังแนะนำรูปแบบโครงสร้างของวิลล่าให้กับโจวเทียนอย่างใจเย็น โจวหลิงและโจวฟู่จู้ก็กำลังจะเดินตามโจวเทียนมาทางนี้ด้วยเช่นกัน
แต่ในตอนนี้เอง หญิงสาวที่อยู่ข้างกายของเถ้าแก่เจิ้งก็ได้เอ่ยปากพูดขึ้นมา "ฮ่าๆ ฉันเพิ่งเห็น นั่นมันโจวหลิงไม่ใช่หรอกหรอ?"
ตอนนี้โจวหลิงถึงจะสังเกตเห็นหญิงสาวคนดังกล่าว เธอตะลึงไปพักนึง เธอรู้จักกับหญิงสาวคนนี้อยู่ ซึ่งก็คือเพื่อนร่วมห้องของเธอวูเสี่ยวเวยนั่นเอง
เมื่อเห็นว่าโจวหลิงไม่พูดอะไร วูเสี่ยวเวยทำเสียงหึทีนึง "ไม่เบาเลยหนิโจวหลิง เห็นฉันแล้วก็ไม่ทักทายอะไรเลยนะ หาแฟนรวยๆได้แล้วสินะ?"
ในระหว่างที่พูด วูเสี่ยวเวยก็ได้มองไปทางโจวเทียนด้วยรอบนึง
"ฮ่าๆ เบบี๋ คุณนี่พูดเล่นเก่งจริงๆเลยนะครับ คุณดูสิไอ้หมอนั่นแต่งตัวเหมือนคนเก็บขยะคนนึง จะเป็นแฟนที่มีเงินได้ยังไง?"
เถ้าแก่เจิ้งชี้โจวเทียนพลางหัวเราะดังลั่น
"ฮ่าๆ ก็จริงเหมือนกันนะคะ ตอนนี้พวกคนจนๆหลอกผู้หญิงเก่งมากเกินไปแล้ว ยังพามาดูบ้านอีก มันมีปัญญาซื้อหรอ?"
วูเสี่ยวเวยมองโจวเทียนด้วยสายตาที่แปลกประหลาด ก่อนจะมองไปทางโจวหลิงแล้วหัวเราะดังลั่น
ตอนแรกโจวหลิงไม่อยากไปสนใจวูเสี่ยวเวยและเถ้าแก่เจิ้งหรอก แล้วเธอก็รู้ตั้งแต่แรกเหมือนกันแล้วว่า วูเสี่ยวเวยเกาะกินกับผู้ชายคนนึงที่แต่งงานแล้ว ได้ยินมาว่าผู้ชายที่แต่งงานแล้วคนดังกล่าวมีเงินพอสมควรเลย คาดว่าน่าจะเป็นเถ้าแก่เจิ้งนี่แล้วสินะ
แต่คำพูดของเธอสองคนนี้ยิ่งพูดยิ่งน่าเกลียด โจวหลิงอดไม่ได้ที่จะเริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมา
"ไม่ใช่แบบที่พวกเธอคิดนะ เขาคือพี่ชายของฉันต่างหาก"
โจวหลิงพูดอธิบาย
"เชี้ย เถียงกันไปครึ่งวันที่แท้ก็เป็นพี่ชายแกเองหรอเนี่ย ก็คือคนที่ไปเป็นลูกเขยแต่งเข้าบ้านให้คนอื่นนั่นอะนะ?"
วูเสี่ยวเวยจงใจเปล่งเสียงให้ดังมากขึ้น เหมือนกลัวว่าคนที่อยู่ในแผนกขายจะไม่ได้ยินยังไงอย่างนั้น
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมาจากปาก โจวเทียนก็กลายเป็นจุดสนใจของคนที่นี่ทันที
ลูกค้าบางส่วนที่กำลังดูวิลล่าอยู่ก็ได้หยุดการกระทำลงเช่นกัน ต่างพากันมองมาทางโจวเทียน
"ลูกเขยแต่งเข้าบ้านน่ะหรอ มิน่าล่ะถึงได้ดูทรุดโทรมมากขนาดนี้"
"ขายหน้าผู้ชายอย่างเราๆจริงๆเลย แดกข้าวอ่อน ยังมีหน้ามีชีวิตอยู่ต่อได้ยังไงวะ"
"ดูจากท่าแล้วบ้านแม่ยายของมันน่าจะมีเงินอยู่นะ ยังให้เงินมันมาซื้อบ้านของตระกูลหัวฟู่อีก การเป็นราชาแห่งการกินข้าวอ่อนนี่ยอดเยี่ยมจริงๆเลยนะ…..."
คนบางส่วนเริ่มพากันวิพากษ์วิจารณ์ ถึงแม้เสียงจะไม่ดัง แต่ก็สามารถฟังได้อย่างชัดเจนมากๆเลย
วูเสี่ยวเวยเม้มปาก มองไปทางโจวเทียนด้วยสายตาที่เห็นใจมากๆ เธอรู้สึกว่าพี่ใหญ่คนนี้น่าสงสารมากๆเลย
โจวหลิงโมโหมากจนจิตใจยุ่งเหยิงไปหมด ความรู้สึกระหว่างเธอและโจวเทียนลึกมากๆ เมื่อเห็นว่าพี่ชายของตัวเองถูกคนอื่นหยอกล้อแบบนี้ เธอรู้สึกเจ็บช้ำหัวใจเป็นอย่างมาก
ทั้งหมดต้องโทษวูเสี่ยวเวยที่ปากเสียเลย ถ้าเธอไม่พูดอะไรมั่วซั่ว พี่ชายของตัวเองก็คงจะไม่ถูกคนอื่นหยอกล้อแบบนี้
โจวหลิงมองไปทางวูเสี่ยวเวยเรารู้สึกโกรธมากๆ
โจวฟู่จู้เป็นคนที่ซื่อสัตย์คนนึง เห็นได้ชัดเลยว่าตอนนี้เขาเริ่มหงุดหงิดแล้ว เริ่มทำตัวไม่ค่อยถูก
แต่โจวเทียนกลับไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย สำหรับเขาแล้วเรื่องพวกนี้เขาได้ยินจนเคยชินมานานแล้วหละ ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย
ถูกคนอื่นเยาะเย้ยจนเคยชินแล้ว ร่างกายก็มันจะสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาเอง
"เถ้าแก่เจิ้ง คุณหนูวูคะ พวกคุณอย่าไปอะไรกับคนจนๆแบบนั้นเลยค่ะ เราไปดูบ้านที่เมื่อวานคุณได้ทำการเลือกไว้ดีกว่านะคะ"
ใบหน้าของหวู่ลี่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม พูดกับเถ้าแก่เจิ้งอย่างประจบสอพลอ
เถ้าแก่เจิ้งเบ้ปาก ก่อนจะโอบร่างของวูเสี่ยวเวยเข้ามาในอ้อมอก แล้วหันไปพูดกับหวู่ลี่ :"ไม่ได้ นี่เป็นบ้านที่เบบี๋ของฉันได้เลือกไว้นะ เบบี๋ของฉันไม่อยากเห็นพวกมันสามคน ค่อยว่ากันอีกทีเถอะ"
ในระหว่างที่พูด เถ้าแก่เจิ้งก็หันหลังกำลังจะเดินจากไป
หวู่ลี่ที่เห็นเช่นนี้ก็เริ่มรู้สึกร้อนรนขึ้นมา ขายบ้านได้หลังนึง ค่าคอมมิชชั่นที่ได้ไม่ใช่น้อยๆเลยนะ เธอไม่อยากปล่อยให้โอกาสแบบนี้หลุดมือไปหรอกนะ
"เดี๋ยวก่อนค่ะเถ้าแก่เจิ้ง ก็แค่ไม่อยากเห็นหน้าพวกมันสามคนไม่ใช่หรอคะ? เดี๋ยวฉันไปไล่ให้พวกมันไปไกลๆก็จบเรื่องแล้วค่ะ!"
หวู่ลี่รีบไล่ตามขึ้นไป
"ที่รักคะ คุณอย่าเพิ่งไปสิคะ คุณสัญญากับเค้าแล้วนะคะว่าจะซื้อบ้านให้เค้า"
วูเสี่ยวเวยสบัดแขนของเถ้าแก่เจิ้งไปมา ทำเสียงออดอ้อนจนทำให้คุณรู้สึกขนลุก
เถ้าแก่เจิ้งต้านทานการกระทำนี้ไม่ได้เลย ก่อนจะหอมไปที่บนใบหน้าของวูเสี่ยวเวย ยิ้มพลางพูดว่า :"ก็ได้ครับๆ หวู่ลี่ คนรีบไล่ไอ้พวกที่รกหูรกตาออกไปซะ"
"ค่ะๆๆ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ"
หวู่ลี่ตอบตกลงถี่ๆ ก่อนจะมุ่งหน้าเดินไปทางโจวหลิงและโจวฟู่จู้
"เห้ย พวกแกอย่ามายืนอยู่ที่นี่ ออกไป"
หวู่ลี่พูดด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์
"มีสิทธิ์อะไร พวกเราก็เป็นลูกค้าเหมือนกันนะ มีที่ไหนไล่ลูกค้าออกไปแบบนี้บ้าง?"
โจวหลิงเริ่มโมโหอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เธอที่เป็นคนที่อ่อนโยนและเชื่อฟังมาโดยตลอด ก็เริ่มพูดตะคอกเสียงดังขึ้นมา
โจวเทียนก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าหวู่ลี่จะเกินไปมากขนาดนี้ ยังไล่คนอีก?
ตอนนี้เขาก็ไม่มีกะจิตกะใจไปเลือกบ้านแล้ว เดินมาข้างกายของโจวหลิง
"มีสิทธิ์อะไรมาไล่? ก็สิทธิ์ที่พวกแกไม่มีปัญญาซื้อแล้วมาเสียเวลาพวกเราอยู่ที่นี่ไง พวกแกกำลังทำให้ลูกค้าที่มันเลือกซื้อบ้านเดือดร้อนไปด้วย รู้ไหม?"
หวู่ลี่เอามือกอดอก พลางพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์
"เธอดูถูกคนอื่นมากเกินไปแล้วป่ะ เธอรู้ได้ยังไงว่าพวกเราไม่มีปัญญาซื้อ?"
โจวหลิงพูดอย่างโกรธ
"ก็จะดูถูกพวกแกอะ พวกแกจะทำอะไร รีบออกไปจากที่นี่ซะ ไม่งั้นเดี๋ยวฉันจะสั่งให้รปภมาไล่พวกแกออกไป"
หวู่ลี่ปัดมือไปมาอย่างไม่สบพอใจ เบื่อที่จะหันไปมองโจวหลิงด้วยซ้ำ
"เหอะๆ ฉันว่านะโจวหลิง เป็นคนต้องมีความรู้อยู่แก่ใจ บ้านแกจนขนาดไหนแกไม่รู้ตัวเลยหรอ? คนอื่นไม่เข้าใจแก ฉันยังไม่เข้าใจแกอีกหรอ? รีบออกไปเถอะ บ้านของที่นี่แพงมากเลบนะ ไม่ใช่คนอย่างแกที่จะมาเพ้อฝันได้"
วูเสี่ยวเวยเดินเข้ามาพลางพูดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความแซะ
โจวหลิงทั้งรู้สึกโกรธทั้งรู้สึกละอายใจ ก่อนที่เธอจะก้มหน้าลงแล้วไม่พูดอะไรเลย
เพราะที่วูเสี่ยวเวยพูดมาก็เป็นความจริงเหมือนกัน เธอเป็นคนที่ฐานะทางบ้านยากจนมากที่สุดในห้องจริงๆ
"เป็นผู้หญิงอย่าเอาแต่พูดฉอดๆคนอื่นแบบนี้ มันไม่ดี"
โจวเทียนมองวูเสี่ยวเวยรอบนึง พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนๆบนใบหน้า ไม่รู้สึกโกรธต่อการกระทำของเธอเลยแม้แต่น้อย
"มายุ่งอะไรด้วย? วันนี้ดวงซวยจริงๆเลยที่เจอครอบครัวจนๆอย่างพวกแก เฮงซวย!"
วูเสี่ยวเวยกรอกตามองบน
โจวเทียนก็หมดคำจะพูดเช่นกัน เขาไม่ได้ไปขุดหลุมฝังศพบรรพบุรุษของวูเสี่ยวเวยนะ ทำไมวูเสี่ยวเวยถึงได้โกรธแค้นเขามากขนาดนี้? เหมือนวัยทองมาเยือนก่อนเวลายังไงอย่างงั้น
อยู่ต่อหน้าครอบครัวของโจวหลิง ยังรังแกข่มเหงโจวหลิงแรงขนาดนี้ แค่คิดก็รู้ได้เลยว่าตอนที่อยู่ในโรงเรียนโจวหลิงจะโดนวูเสี่ยวเวยดูถูกกลั่นแกล้งมากแค่ไหน
ดูจากท่าแล้วคงต้องสั่งสอนวูเสี่ยวเวยนี่ดีๆสักครั้งแล้วล่ะ
เมื่อคิดแบบนี้ได้ โจวเทียนแสยะยิ้มขึ้นมาอย่างกะทันหัน มองวูเสี่ยวเวยพลางพูด :"เธอคิดว่าเธอมีเงินมากหรอ? เธอก็แค่เกาะบารมีของผู้ชายที่มีภรรยาแล้วที่ไม่ค่อยรวยคนนึงเท่านั้นเอง"
"เธอดูมันสิ อายุใกล้จะเทียบเท่าอายุพ่อเธอแล้ว หน้าตาอุบาทว์ไม่ว่า แต่หุ่นยังเหมือนหมูอีก อายุเธอยังเด็กขนาดนี้เธอคิดว่าเธอจะสามารถเอาอะไรมาจากมันได้หรอ?"
ในระหว่างที่พูด โจวเทียนก็ได้กว่าตามไปมองเถ้าแก่เจิ้งที่เหมือนหมูอ้วนตัวหนึ่ง พลางส่ายหน้าพลางถอนหายใจ
คำพูดนี้ทำให้เถ้าแก่เจิ้งโมโหมากจนระเบิดแตกออกมา เบิกตากว้างพลางตะคอก :"ไอ้จน แกกล้าด่าฉันว่าเป็นหมูหรอ?"
"แกมันเป็นแค่ไอ้กระจอกที่แดกข้าวอ่อน อายุมากแล้วทำไม หุ่นไม่ดีแล้วยังไง? เขาเต็มใจที่จะจ่ายเงินให้ฉันก็พอแล้ว บ้านหลังนี้ที่เรากำลังจะซื้อมูลค่าหลังละหนึ่งล้านหยวนกว่าเลยนะ แต่รู้ไหมว่าหนึ่งล้านหยวนมันมีนัยยะว่ายังไง คาดว่าชาตินี้แกคงจะไม่มีทางหาเงินได้หนึ่งล้านหยวนหรอก เหอะๆ!"
วูเสี่ยวเวยยิ่งพูดยิ่งได้ใจ สุดท้ายยังไม่ลืมที่จะเข้าไปพัวพันเกาะแข้งเกาะขาเถ้าแก่เจิ้งอย่างไม่ละอายใจ เริ่มแสดงความรักใคร่ต่อหน้าผู้คน
เถ้าแก่เจิ้งรู้สึกชื่นอกชื่นใจมาก พึงพอใจต่อการกระทำของวูเสี่ยวเวยเป็นอย่างมาก ก่อนจะมองไปทางโจวเทียนด้วยสายตาที่ได้ใจพลางพูดโอ้อวด :"เป็นไงบ้างไอ้จน ที่เบบี๋ฉันพูดไม่มีผิดเลยใช่ไหมล่ะ จนกระทั่งถึงชาติหน้าแกก็ไม่มีทางหาเงินได้หนึ่งล้านหยวนหรอก ฮ่าๆ"
โจวเทียนหมดคำจะพูดมากจริงๆ การมาซื้อบ้านควรจะเป็นเรื่องที่มีความสุขเรื่องนึง แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มักจะพบเห็นคนประเภทนี้อยู่บ่อยๆ
"แกมีเงินมากเลยใช่ไหม ถ้ามีก็ซื้อวิลล่าของที่นี่เลยสิ อย่าซื้อบ้านธรรมดาทั่วไป"
โจวเทียนหัวเราะอย่างเยือกเย็น
"........"
เถ้าแก่เจิ้งรู้สึกจุกพูดอะไรไม่ออกทันที วิลล่าของที่นี่มูลค่าหลักสิบล้านเลย เขาจะมีปัญญาซื้อได้ยังไง?
แค่บ้านธรรมดาทั่วไปการเงินของเขาก็สั่นคลอนแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะวูเสี่ยวเวยเอาแต่เร่ง เขาไม่ยอมจ่ายหนึ่งล้านกว่านี่หรอกนะ
"ไม่มีอะไรจะพูดแล้วหรอ? ถ้ามีเงินจริงๆยังต้องวิ่งไปมาอยู่สองรอบอีกหรอ? ควักเงินซื้อหลังที่แพงที่สุดก็จบเรื่องแล้วไม่ใช่หรอ! วิลล่าที่แพงที่สุดของที่นี่แค่หกหมื่นหกต่อตารางเอง เงินแค่นี้แกยังไม่สามารถควักออกมาได้เลย ยังมีหน้ามาเก๊กเป็นคนมีเงินต่อหน้าฉันอีกหรอ?"
โจวเทียนระเบิดคำพูดออกมาเป็นระยะๆ เขาในตอนนี้ดูมาดเท่เป็นอย่างมากเลย
ถามจนใบหน้าของเถ้าแก่เจิ้งเขียวก่ำขึ้นมาทันที ก่อนจะกรอกตาพลางพูด :"เชี้ย ถ้าเก่งจริงแกก็ซื้อหลักที่แพงที่สุดเลยสิ มาโม้ที่นี่ทำมะเขืออะไร"
"ใช่ๆ แกไม่ต้องซื้อตารางละหกหมื่นหกหรอก แกแค่ซื้อตารางละสองหมื่นก็ได้แล้ว ถ้าแกมีปัญญาซื้อ ฉันจะไปกับแกตอนนี้เลย แกจะเล่นจะทำยังไงกับฉันก็ได้!" วูเสี่ยวเวยพูดอย่างไม่สบอารมณ์
ทำให้เถ้าแก่เจิ้งหัวเสียมากจนแทบจะกระอักเลือดออกมา เบิกตากว้างพลางจ้องมองไปทางวูเสี่ยวเวย
"ที่รักคุณอย่าเพิ่งโมโหสิ ยังไงไอ้เด็กนี่ก็ไม่มีปัญญาซื้อได้อยู่แล้ว"
วูเสี่ยวเวยรีบพูด
โจวเทียนมองวูเสี่ยวเวยพลางอมยิ้ม แล้วพูดว่า :"เรื่องเล่นเธอน่ะกองไว้ตรงนั้นแหละ ฉันกลัวติดเชื้อ"
"แก!"
วูเสี่ยวเวยโมโหมากจนอยากเข้าไปฉีกโจวเทียน
โจวเทียนไม่ได้ไปสนใจเธอ แค่หันไปกวักมือเรียกเถียนเสี่ยวยุ้ย
"คุณผู้ชายครับ ไม่ทราบว่ามีอะไรจะให้ฉันช่วยหรอคะ"
เถียนเสี่ยวยุ้ยถาามโจวเทียนอย่างมีมารยาท เธอก็มั่นใจเหมือนกันแล้วว่าโจวเทียนไม่มีปัญญาซื้อบ้านของที่นี่ได้หรอก แต่ว่าเธอก็ยังคงประพฤติปฏิบัติกับโจวเทียนอย่างมีมารยาทอยู่เช่นเคย
"วิลล่าที่แพงที่สุดของพวกคุณคือหลังไหน ผมจะซื้อตอนนี้เลย"
โจวเทียนพูดกับเถียนเสี่ยวยุ้ยด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งมาก
อะไรนะ?
เถียนเสี่ยวยุ้ยกำลังสงสัยอยู่ว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า ยืนเหม่อลอยอยู่กับที่ไปเลย
ไม่เพียงแค่เธอคนเดียวเท่านั้น ทุกคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุต่างยืนผงะไปหมดเลย
แต่เร็วมากคนพวกนั้นก็ได้สติกลับคืนมา ยังไงการพูดโม้ก็ไม่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว ไอ้หมอนี่โม้เก่งจริงๆเลย
เถ้าแก่เจิ้งและวูเสี่ยวเวยหัวเราะจนปวดท้อง พวกเขารู้สึกว่าเหมือนได้ยินมุกตลกที่ตลกมากที่สุดในโลก
"ไม่เลวเลยนะไอ้แดกข้าวอ่อน ทำให้ฉันหัวเราะสำเร็จจนได้"
เถ้าแก่เจิ้งหัวเราะอย่างเยาะเย้ยพลางพูด
วูเสี่ยวเวยหัวเราะหนักมากจนต้องก้มตัวลง มีความสุขมากกว่าวันตรุษจีนซะอีก
หวู่ลี่ก็หัวเราะจนแทบจะยืนต่อไม่ไหว ตอนนี้เธอได้เดินมาถึงตรงหน้าโจวเทียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะพูด :"แกนี่จะทำให้ฉันหัวเราะจนตายไปได้เลยใช่ไหม พอแล้วๆ อย่ามาทำตัวเป็นตัวตลกอยู่ที่นี่อีกเลย รีบกลับบ้านจะกินยาเถอะ"
"ถ้าเกิดฉันจำไม่ผิด ถ้าพวกแกขายวิลล่าที่มีมูลค่าหลังละสิบล้านได้ ค่าคอมมิชชั่นที่ได้รับจะสูงถึงหลักแสนเลยใช่ไหม?"
โจวเทียนถามหวู่ลี่
"ก็ใช่ไง แต่นี่มันเกี่ยวอะไรกับแก?" หวู่ลี่มองโจวเทียนด้วยสายตาที่หยอกล้อ
"ตอนแรกค่าคอมมิชชั่นหลักแสนนั่นแกน่าจะเป็นคนได้รับ แต่แกดันไม่เอา ฉันว่าคนที่ควรกินยาคือแกมากกว่าหรือเปล่า?"
โจวเทียนพูดอย่างเรียบนิ่ง ก่อนจะยื่นบัตรเครดิตไปให้เถียนเสี่ยวยุ้ย "ไปรูดบัตรเถอะครับจำไว้ด้วยนะครับว่าผมจะซื้อ วิลล่าที่มีราคาแพงมากที่สุดของที่นี่"
"คุณผู้ชายคะ วิลล่าที่แพงที่สุดหลังนึงราคาสิบแปดล้านแปดแสนแปดหมื่นนะคะ ทางเราสามารถให้ส่วนลดกับคุณได้อีกด้วยค่ะ……." เถียนเสี่ยวยุ้ยตลึงจนเอ๋อไปเลย ผ่านไปสักพักถึงจะเริ่มแนะนำให้โจวเทียน
"เป็นเลขที่มงคลมากๆเลยนะ ไม่ต้องลดหรอก ส่วนลดที่ได้เธอเอาไปเถอะ"
โจวเทียนปัดมืออย่างชิลล์
ทันใดนั้นเอง เถียนเสี่ยวยุ้ยก็รู้สึกดีใจมากจนอ้าปากกว้าง เธอรู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นแรงจนใกล้จะทะลุออกมาแล้ว
หรือว่าเขาจะซื้อจริงๆ?
หัวใจของหวู่ลี่บีบแน่นขึ้นมา เธอหัวเราะไม่ออกแล้ว
แกซื้อของแกไป ฉันซื้อของแก ฉันไปทำให้แกไม่พอใจอะไรหรือ?
"คุณผู้ชายคะ เดี๋ยวฉันพาคุณไปดูฝั่งนู้นดีกว่าค่ะ"
และในตอนนี้เอง พนักงานขายคนดังกล่าวที่ชื่อว่าเถียนเสี่ยวยุ้ยได้พูดเสียงเบากับโจวเทียน
โจวเทียนดูออกว่า สาวน้อยที่ชื่อเถียนเสี่ยวยุ้ยคนนี้เป็นคนที่มีจิตใจเมตตามาก บางทีเธออาจจะเกรงว่าตัวเองจะไปทะเลาะกับเถ้าแก่เจิ้งคนนั้นสินะ
"ก็ได้ครับ"
โจวเทียนพยักหน้า ก่อนจะเดินตามเถียนเสี่ยวยุ้ยบริเวณที่มีหาดทรายที่ห่างออกไปไม่กี่เมตร
เถียนเสี่ยวยุ้ยกำลังแนะนำรูปแบบโครงสร้างของวิลล่าให้กับโจวเทียนอย่างใจเย็น โจวหลิงและโจวฟู่จู้ก็กำลังจะเดินตามโจวเทียนมาทางนี้ด้วยเช่นกัน
แต่ในตอนนี้เอง หญิงสาวที่อยู่ข้างกายของเถ้าแก่เจิ้งก็ได้เอ่ยปากพูดขึ้นมา "ฮ่าๆ ฉันเพิ่งเห็น นั่นมันโจวหลิงไม่ใช่หรอกหรอ?"
ตอนนี้โจวหลิงถึงจะสังเกตเห็นหญิงสาวคนดังกล่าว เธอตะลึงไปพักนึง เธอรู้จักกับหญิงสาวคนนี้อยู่ ซึ่งก็คือเพื่อนร่วมห้องของเธอวูเสี่ยวเวยนั่นเอง
เมื่อเห็นว่าโจวหลิงไม่พูดอะไร วูเสี่ยวเวยทำเสียงหึทีนึง "ไม่เบาเลยหนิโจวหลิง เห็นฉันแล้วก็ไม่ทักทายอะไรเลยนะ หาแฟนรวยๆได้แล้วสินะ?"
ในระหว่างที่พูด วูเสี่ยวเวยก็ได้มองไปทางโจวเทียนด้วยรอบนึง
"ฮ่าๆ เบบี๋ คุณนี่พูดเล่นเก่งจริงๆเลยนะครับ คุณดูสิไอ้หมอนั่นแต่งตัวเหมือนคนเก็บขยะคนนึง จะเป็นแฟนที่มีเงินได้ยังไง?"
เถ้าแก่เจิ้งชี้โจวเทียนพลางหัวเราะดังลั่น
"ฮ่าๆ ก็จริงเหมือนกันนะคะ ตอนนี้พวกคนจนๆหลอกผู้หญิงเก่งมากเกินไปแล้ว ยังพามาดูบ้านอีก มันมีปัญญาซื้อหรอ?"
วูเสี่ยวเวยมองโจวเทียนด้วยสายตาที่แปลกประหลาด ก่อนจะมองไปทางโจวหลิงแล้วหัวเราะดังลั่น
ตอนแรกโจวหลิงไม่อยากไปสนใจวูเสี่ยวเวยและเถ้าแก่เจิ้งหรอก แล้วเธอก็รู้ตั้งแต่แรกเหมือนกันแล้วว่า วูเสี่ยวเวยเกาะกินกับผู้ชายคนนึงที่แต่งงานแล้ว ได้ยินมาว่าผู้ชายที่แต่งงานแล้วคนดังกล่าวมีเงินพอสมควรเลย คาดว่าน่าจะเป็นเถ้าแก่เจิ้งนี่แล้วสินะ
แต่คำพูดของเธอสองคนนี้ยิ่งพูดยิ่งน่าเกลียด โจวหลิงอดไม่ได้ที่จะเริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมา
"ไม่ใช่แบบที่พวกเธอคิดนะ เขาคือพี่ชายของฉันต่างหาก"
โจวหลิงพูดอธิบาย
"เชี้ย เถียงกันไปครึ่งวันที่แท้ก็เป็นพี่ชายแกเองหรอเนี่ย ก็คือคนที่ไปเป็นลูกเขยแต่งเข้าบ้านให้คนอื่นนั่นอะนะ?"
วูเสี่ยวเวยจงใจเปล่งเสียงให้ดังมากขึ้น เหมือนกลัวว่าคนที่อยู่ในแผนกขายจะไม่ได้ยินยังไงอย่างนั้น
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมาจากปาก โจวเทียนก็กลายเป็นจุดสนใจของคนที่นี่ทันที
ลูกค้าบางส่วนที่กำลังดูวิลล่าอยู่ก็ได้หยุดการกระทำลงเช่นกัน ต่างพากันมองมาทางโจวเทียน
"ลูกเขยแต่งเข้าบ้านน่ะหรอ มิน่าล่ะถึงได้ดูทรุดโทรมมากขนาดนี้"
"ขายหน้าผู้ชายอย่างเราๆจริงๆเลย แดกข้าวอ่อน ยังมีหน้ามีชีวิตอยู่ต่อได้ยังไงวะ"
"ดูจากท่าแล้วบ้านแม่ยายของมันน่าจะมีเงินอยู่นะ ยังให้เงินมันมาซื้อบ้านของตระกูลหัวฟู่อีก การเป็นราชาแห่งการกินข้าวอ่อนนี่ยอดเยี่ยมจริงๆเลยนะ…..."
คนบางส่วนเริ่มพากันวิพากษ์วิจารณ์ ถึงแม้เสียงจะไม่ดัง แต่ก็สามารถฟังได้อย่างชัดเจนมากๆเลย
วูเสี่ยวเวยเม้มปาก มองไปทางโจวเทียนด้วยสายตาที่เห็นใจมากๆ เธอรู้สึกว่าพี่ใหญ่คนนี้น่าสงสารมากๆเลย
โจวหลิงโมโหมากจนจิตใจยุ่งเหยิงไปหมด ความรู้สึกระหว่างเธอและโจวเทียนลึกมากๆ เมื่อเห็นว่าพี่ชายของตัวเองถูกคนอื่นหยอกล้อแบบนี้ เธอรู้สึกเจ็บช้ำหัวใจเป็นอย่างมาก
ทั้งหมดต้องโทษวูเสี่ยวเวยที่ปากเสียเลย ถ้าเธอไม่พูดอะไรมั่วซั่ว พี่ชายของตัวเองก็คงจะไม่ถูกคนอื่นหยอกล้อแบบนี้
โจวหลิงมองไปทางวูเสี่ยวเวยเรารู้สึกโกรธมากๆ
โจวฟู่จู้เป็นคนที่ซื่อสัตย์คนนึง เห็นได้ชัดเลยว่าตอนนี้เขาเริ่มหงุดหงิดแล้ว เริ่มทำตัวไม่ค่อยถูก
แต่โจวเทียนกลับไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย สำหรับเขาแล้วเรื่องพวกนี้เขาได้ยินจนเคยชินมานานแล้วหละ ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย
ถูกคนอื่นเยาะเย้ยจนเคยชินแล้ว ร่างกายก็มันจะสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาเอง
"เถ้าแก่เจิ้ง คุณหนูวูคะ พวกคุณอย่าไปอะไรกับคนจนๆแบบนั้นเลยค่ะ เราไปดูบ้านที่เมื่อวานคุณได้ทำการเลือกไว้ดีกว่านะคะ"
ใบหน้าของหวู่ลี่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม พูดกับเถ้าแก่เจิ้งอย่างประจบสอพลอ
เถ้าแก่เจิ้งเบ้ปาก ก่อนจะโอบร่างของวูเสี่ยวเวยเข้ามาในอ้อมอก แล้วหันไปพูดกับหวู่ลี่ :"ไม่ได้ นี่เป็นบ้านที่เบบี๋ของฉันได้เลือกไว้นะ เบบี๋ของฉันไม่อยากเห็นพวกมันสามคน ค่อยว่ากันอีกทีเถอะ"
ในระหว่างที่พูด เถ้าแก่เจิ้งก็หันหลังกำลังจะเดินจากไป
หวู่ลี่ที่เห็นเช่นนี้ก็เริ่มรู้สึกร้อนรนขึ้นมา ขายบ้านได้หลังนึง ค่าคอมมิชชั่นที่ได้ไม่ใช่น้อยๆเลยนะ เธอไม่อยากปล่อยให้โอกาสแบบนี้หลุดมือไปหรอกนะ
"เดี๋ยวก่อนค่ะเถ้าแก่เจิ้ง ก็แค่ไม่อยากเห็นหน้าพวกมันสามคนไม่ใช่หรอคะ? เดี๋ยวฉันไปไล่ให้พวกมันไปไกลๆก็จบเรื่องแล้วค่ะ!"
หวู่ลี่รีบไล่ตามขึ้นไป
"ที่รักคะ คุณอย่าเพิ่งไปสิคะ คุณสัญญากับเค้าแล้วนะคะว่าจะซื้อบ้านให้เค้า"
วูเสี่ยวเวยสบัดแขนของเถ้าแก่เจิ้งไปมา ทำเสียงออดอ้อนจนทำให้คุณรู้สึกขนลุก
เถ้าแก่เจิ้งต้านทานการกระทำนี้ไม่ได้เลย ก่อนจะหอมไปที่บนใบหน้าของวูเสี่ยวเวย ยิ้มพลางพูดว่า :"ก็ได้ครับๆ หวู่ลี่ คนรีบไล่ไอ้พวกที่รกหูรกตาออกไปซะ"
"ค่ะๆๆ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ"
หวู่ลี่ตอบตกลงถี่ๆ ก่อนจะมุ่งหน้าเดินไปทางโจวหลิงและโจวฟู่จู้
"เห้ย พวกแกอย่ามายืนอยู่ที่นี่ ออกไป"
หวู่ลี่พูดด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์
"มีสิทธิ์อะไร พวกเราก็เป็นลูกค้าเหมือนกันนะ มีที่ไหนไล่ลูกค้าออกไปแบบนี้บ้าง?"
โจวหลิงเริ่มโมโหอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เธอที่เป็นคนที่อ่อนโยนและเชื่อฟังมาโดยตลอด ก็เริ่มพูดตะคอกเสียงดังขึ้นมา
โจวเทียนก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าหวู่ลี่จะเกินไปมากขนาดนี้ ยังไล่คนอีก?
ตอนนี้เขาก็ไม่มีกะจิตกะใจไปเลือกบ้านแล้ว เดินมาข้างกายของโจวหลิง
"มีสิทธิ์อะไรมาไล่? ก็สิทธิ์ที่พวกแกไม่มีปัญญาซื้อแล้วมาเสียเวลาพวกเราอยู่ที่นี่ไง พวกแกกำลังทำให้ลูกค้าที่มันเลือกซื้อบ้านเดือดร้อนไปด้วย รู้ไหม?"
หวู่ลี่เอามือกอดอก พลางพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์
"เธอดูถูกคนอื่นมากเกินไปแล้วป่ะ เธอรู้ได้ยังไงว่าพวกเราไม่มีปัญญาซื้อ?"
โจวหลิงพูดอย่างโกรธ
"ก็จะดูถูกพวกแกอะ พวกแกจะทำอะไร รีบออกไปจากที่นี่ซะ ไม่งั้นเดี๋ยวฉันจะสั่งให้รปภมาไล่พวกแกออกไป"
หวู่ลี่ปัดมือไปมาอย่างไม่สบพอใจ เบื่อที่จะหันไปมองโจวหลิงด้วยซ้ำ
"เหอะๆ ฉันว่านะโจวหลิง เป็นคนต้องมีความรู้อยู่แก่ใจ บ้านแกจนขนาดไหนแกไม่รู้ตัวเลยหรอ? คนอื่นไม่เข้าใจแก ฉันยังไม่เข้าใจแกอีกหรอ? รีบออกไปเถอะ บ้านของที่นี่แพงมากเลบนะ ไม่ใช่คนอย่างแกที่จะมาเพ้อฝันได้"
วูเสี่ยวเวยเดินเข้ามาพลางพูดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความแซะ
โจวหลิงทั้งรู้สึกโกรธทั้งรู้สึกละอายใจ ก่อนที่เธอจะก้มหน้าลงแล้วไม่พูดอะไรเลย
เพราะที่วูเสี่ยวเวยพูดมาก็เป็นความจริงเหมือนกัน เธอเป็นคนที่ฐานะทางบ้านยากจนมากที่สุดในห้องจริงๆ
"เป็นผู้หญิงอย่าเอาแต่พูดฉอดๆคนอื่นแบบนี้ มันไม่ดี"
โจวเทียนมองวูเสี่ยวเวยรอบนึง พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนๆบนใบหน้า ไม่รู้สึกโกรธต่อการกระทำของเธอเลยแม้แต่น้อย
"มายุ่งอะไรด้วย? วันนี้ดวงซวยจริงๆเลยที่เจอครอบครัวจนๆอย่างพวกแก เฮงซวย!"
วูเสี่ยวเวยกรอกตามองบน
โจวเทียนก็หมดคำจะพูดเช่นกัน เขาไม่ได้ไปขุดหลุมฝังศพบรรพบุรุษของวูเสี่ยวเวยนะ ทำไมวูเสี่ยวเวยถึงได้โกรธแค้นเขามากขนาดนี้? เหมือนวัยทองมาเยือนก่อนเวลายังไงอย่างงั้น
อยู่ต่อหน้าครอบครัวของโจวหลิง ยังรังแกข่มเหงโจวหลิงแรงขนาดนี้ แค่คิดก็รู้ได้เลยว่าตอนที่อยู่ในโรงเรียนโจวหลิงจะโดนวูเสี่ยวเวยดูถูกกลั่นแกล้งมากแค่ไหน
ดูจากท่าแล้วคงต้องสั่งสอนวูเสี่ยวเวยนี่ดีๆสักครั้งแล้วล่ะ
เมื่อคิดแบบนี้ได้ โจวเทียนแสยะยิ้มขึ้นมาอย่างกะทันหัน มองวูเสี่ยวเวยพลางพูด :"เธอคิดว่าเธอมีเงินมากหรอ? เธอก็แค่เกาะบารมีของผู้ชายที่มีภรรยาแล้วที่ไม่ค่อยรวยคนนึงเท่านั้นเอง"
"เธอดูมันสิ อายุใกล้จะเทียบเท่าอายุพ่อเธอแล้ว หน้าตาอุบาทว์ไม่ว่า แต่หุ่นยังเหมือนหมูอีก อายุเธอยังเด็กขนาดนี้เธอคิดว่าเธอจะสามารถเอาอะไรมาจากมันได้หรอ?"
ในระหว่างที่พูด โจวเทียนก็ได้กว่าตามไปมองเถ้าแก่เจิ้งที่เหมือนหมูอ้วนตัวหนึ่ง พลางส่ายหน้าพลางถอนหายใจ
คำพูดนี้ทำให้เถ้าแก่เจิ้งโมโหมากจนระเบิดแตกออกมา เบิกตากว้างพลางตะคอก :"ไอ้จน แกกล้าด่าฉันว่าเป็นหมูหรอ?"
"แกมันเป็นแค่ไอ้กระจอกที่แดกข้าวอ่อน อายุมากแล้วทำไม หุ่นไม่ดีแล้วยังไง? เขาเต็มใจที่จะจ่ายเงินให้ฉันก็พอแล้ว บ้านหลังนี้ที่เรากำลังจะซื้อมูลค่าหลังละหนึ่งล้านหยวนกว่าเลยนะ แต่รู้ไหมว่าหนึ่งล้านหยวนมันมีนัยยะว่ายังไง คาดว่าชาตินี้แกคงจะไม่มีทางหาเงินได้หนึ่งล้านหยวนหรอก เหอะๆ!"
วูเสี่ยวเวยยิ่งพูดยิ่งได้ใจ สุดท้ายยังไม่ลืมที่จะเข้าไปพัวพันเกาะแข้งเกาะขาเถ้าแก่เจิ้งอย่างไม่ละอายใจ เริ่มแสดงความรักใคร่ต่อหน้าผู้คน
เถ้าแก่เจิ้งรู้สึกชื่นอกชื่นใจมาก พึงพอใจต่อการกระทำของวูเสี่ยวเวยเป็นอย่างมาก ก่อนจะมองไปทางโจวเทียนด้วยสายตาที่ได้ใจพลางพูดโอ้อวด :"เป็นไงบ้างไอ้จน ที่เบบี๋ฉันพูดไม่มีผิดเลยใช่ไหมล่ะ จนกระทั่งถึงชาติหน้าแกก็ไม่มีทางหาเงินได้หนึ่งล้านหยวนหรอก ฮ่าๆ"
โจวเทียนหมดคำจะพูดมากจริงๆ การมาซื้อบ้านควรจะเป็นเรื่องที่มีความสุขเรื่องนึง แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มักจะพบเห็นคนประเภทนี้อยู่บ่อยๆ
"แกมีเงินมากเลยใช่ไหม ถ้ามีก็ซื้อวิลล่าของที่นี่เลยสิ อย่าซื้อบ้านธรรมดาทั่วไป"
โจวเทียนหัวเราะอย่างเยือกเย็น
"........"
เถ้าแก่เจิ้งรู้สึกจุกพูดอะไรไม่ออกทันที วิลล่าของที่นี่มูลค่าหลักสิบล้านเลย เขาจะมีปัญญาซื้อได้ยังไง?
แค่บ้านธรรมดาทั่วไปการเงินของเขาก็สั่นคลอนแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะวูเสี่ยวเวยเอาแต่เร่ง เขาไม่ยอมจ่ายหนึ่งล้านกว่านี่หรอกนะ
"ไม่มีอะไรจะพูดแล้วหรอ? ถ้ามีเงินจริงๆยังต้องวิ่งไปมาอยู่สองรอบอีกหรอ? ควักเงินซื้อหลังที่แพงที่สุดก็จบเรื่องแล้วไม่ใช่หรอ! วิลล่าที่แพงที่สุดของที่นี่แค่หกหมื่นหกต่อตารางเอง เงินแค่นี้แกยังไม่สามารถควักออกมาได้เลย ยังมีหน้ามาเก๊กเป็นคนมีเงินต่อหน้าฉันอีกหรอ?"
โจวเทียนระเบิดคำพูดออกมาเป็นระยะๆ เขาในตอนนี้ดูมาดเท่เป็นอย่างมากเลย
ถามจนใบหน้าของเถ้าแก่เจิ้งเขียวก่ำขึ้นมาทันที ก่อนจะกรอกตาพลางพูด :"เชี้ย ถ้าเก่งจริงแกก็ซื้อหลักที่แพงที่สุดเลยสิ มาโม้ที่นี่ทำมะเขืออะไร"
"ใช่ๆ แกไม่ต้องซื้อตารางละหกหมื่นหกหรอก แกแค่ซื้อตารางละสองหมื่นก็ได้แล้ว ถ้าแกมีปัญญาซื้อ ฉันจะไปกับแกตอนนี้เลย แกจะเล่นจะทำยังไงกับฉันก็ได้!" วูเสี่ยวเวยพูดอย่างไม่สบอารมณ์
ทำให้เถ้าแก่เจิ้งหัวเสียมากจนแทบจะกระอักเลือดออกมา เบิกตากว้างพลางจ้องมองไปทางวูเสี่ยวเวย
"ที่รักคุณอย่าเพิ่งโมโหสิ ยังไงไอ้เด็กนี่ก็ไม่มีปัญญาซื้อได้อยู่แล้ว"
วูเสี่ยวเวยรีบพูด
โจวเทียนมองวูเสี่ยวเวยพลางอมยิ้ม แล้วพูดว่า :"เรื่องเล่นเธอน่ะกองไว้ตรงนั้นแหละ ฉันกลัวติดเชื้อ"
"แก!"
วูเสี่ยวเวยโมโหมากจนอยากเข้าไปฉีกโจวเทียน
โจวเทียนไม่ได้ไปสนใจเธอ แค่หันไปกวักมือเรียกเถียนเสี่ยวยุ้ย
"คุณผู้ชายครับ ไม่ทราบว่ามีอะไรจะให้ฉันช่วยหรอคะ"
เถียนเสี่ยวยุ้ยถาามโจวเทียนอย่างมีมารยาท เธอก็มั่นใจเหมือนกันแล้วว่าโจวเทียนไม่มีปัญญาซื้อบ้านของที่นี่ได้หรอก แต่ว่าเธอก็ยังคงประพฤติปฏิบัติกับโจวเทียนอย่างมีมารยาทอยู่เช่นเคย
"วิลล่าที่แพงที่สุดของพวกคุณคือหลังไหน ผมจะซื้อตอนนี้เลย"
โจวเทียนพูดกับเถียนเสี่ยวยุ้ยด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งมาก
อะไรนะ?
เถียนเสี่ยวยุ้ยกำลังสงสัยอยู่ว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า ยืนเหม่อลอยอยู่กับที่ไปเลย
ไม่เพียงแค่เธอคนเดียวเท่านั้น ทุกคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุต่างยืนผงะไปหมดเลย
แต่เร็วมากคนพวกนั้นก็ได้สติกลับคืนมา ยังไงการพูดโม้ก็ไม่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว ไอ้หมอนี่โม้เก่งจริงๆเลย
เถ้าแก่เจิ้งและวูเสี่ยวเวยหัวเราะจนปวดท้อง พวกเขารู้สึกว่าเหมือนได้ยินมุกตลกที่ตลกมากที่สุดในโลก
"ไม่เลวเลยนะไอ้แดกข้าวอ่อน ทำให้ฉันหัวเราะสำเร็จจนได้"
เถ้าแก่เจิ้งหัวเราะอย่างเยาะเย้ยพลางพูด
วูเสี่ยวเวยหัวเราะหนักมากจนต้องก้มตัวลง มีความสุขมากกว่าวันตรุษจีนซะอีก
หวู่ลี่ก็หัวเราะจนแทบจะยืนต่อไม่ไหว ตอนนี้เธอได้เดินมาถึงตรงหน้าโจวเทียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะพูด :"แกนี่จะทำให้ฉันหัวเราะจนตายไปได้เลยใช่ไหม พอแล้วๆ อย่ามาทำตัวเป็นตัวตลกอยู่ที่นี่อีกเลย รีบกลับบ้านจะกินยาเถอะ"
"ถ้าเกิดฉันจำไม่ผิด ถ้าพวกแกขายวิลล่าที่มีมูลค่าหลังละสิบล้านได้ ค่าคอมมิชชั่นที่ได้รับจะสูงถึงหลักแสนเลยใช่ไหม?"
โจวเทียนถามหวู่ลี่
"ก็ใช่ไง แต่นี่มันเกี่ยวอะไรกับแก?" หวู่ลี่มองโจวเทียนด้วยสายตาที่หยอกล้อ
"ตอนแรกค่าคอมมิชชั่นหลักแสนนั่นแกน่าจะเป็นคนได้รับ แต่แกดันไม่เอา ฉันว่าคนที่ควรกินยาคือแกมากกว่าหรือเปล่า?"
โจวเทียนพูดอย่างเรียบนิ่ง ก่อนจะยื่นบัตรเครดิตไปให้เถียนเสี่ยวยุ้ย "ไปรูดบัตรเถอะครับจำไว้ด้วยนะครับว่าผมจะซื้อ วิลล่าที่มีราคาแพงมากที่สุดของที่นี่"
"คุณผู้ชายคะ วิลล่าที่แพงที่สุดหลังนึงราคาสิบแปดล้านแปดแสนแปดหมื่นนะคะ ทางเราสามารถให้ส่วนลดกับคุณได้อีกด้วยค่ะ……." เถียนเสี่ยวยุ้ยตลึงจนเอ๋อไปเลย ผ่านไปสักพักถึงจะเริ่มแนะนำให้โจวเทียน
"เป็นเลขที่มงคลมากๆเลยนะ ไม่ต้องลดหรอก ส่วนลดที่ได้เธอเอาไปเถอะ"
โจวเทียนปัดมืออย่างชิลล์
ทันใดนั้นเอง เถียนเสี่ยวยุ้ยก็รู้สึกดีใจมากจนอ้าปากกว้าง เธอรู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นแรงจนใกล้จะทะลุออกมาแล้ว
หรือว่าเขาจะซื้อจริงๆ?
หัวใจของหวู่ลี่บีบแน่นขึ้นมา เธอหัวเราะไม่ออกแล้ว
HELLOTOOL SDN BHD © 2020 www.webreadapp.com All rights reserved